วัชระพล ตรวจความพร้อมพืชสวนโลกอุดรฯ รับนายกฯ เปิดงานพรุ่งนี้ กําชับจราจร-ความปลอดภัย เพิ่มรถรางรองรับนทท.
วัชระพล ตรวจความพร้อมสถานที่ รอรับ “นายกฯ” เปิดพืชสวนโล [...]
검토: 자동 경고 없음
근거 출처 5개 보기
- 마티촌 (태국어) — วัชระพล ตรวจความพร้อมพืชสวนโลกอุดรฯ รับนายกฯ เปิดงานพรุ่งนี้ กําชับจราจร-ความปลอดภัย เพิ่มรถรางรองรับนทท. [한국어 번역]วัชระพล ตรวจความพร้อมสถานที่ รอรับ “นายกฯ” เปิดพืชสวนโล [...]
- 마티촌 (태국어) — จัดใหญ่พืชสวนโลกครั้งแรก ณ อุดรธานี ชูไฮไลต์วิถีชีวิตถิ่นอีสาน ยันความพร้อมต้อนรับนทท. [한국어 번역]จัดใหญ่พืชสวนโลกครั้งแรก ณ อุดรธานี ชูไฮไลต์วิถีชีวิตถิ [...]
- 카오솟 (태국어) — ‘วัชระพล’ ตรวจความพร้อม สถานที่ รับ ‘นายกฯ’ เปิดพืชสวนโลก เป็นทางการ 2พ.ย.นี้ [한국어 번역]“วัชระพล” ตรวจความพร้อม สถานที่ รอรับ “นายกฯ” เปิดพืชสวนโลก เป็นทางการ พรุ่งนี้ กําชับดูความปลอดภัย-จราจร-จุดจอดรถ-เพิ่มจํานวนรถราง รองรับ นักท่องเที่ยว จํานวนมาก 1 พ.ย. 69 – นายวัชรพล ขาวขํา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยของพื้นที่และความพร้อม เปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 2 พ.ย. นี้ ซึ่งการเปิดให้เข้าชมวันแรก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้ความสนใจเข้าชมจํานวนมาก ทําให้บริเวณหน้าทางเข้างานการจราจรติดขัด จึงได้ประสานงาน กับ พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์ผล ผกก. สภ.เมืองอุดรธานี และ พ.ต.ท.ชัยณรงค์ ขันทะสีมา รองผู้กํากับการจราจร สถานีตํารวจภูธรเมืองอุดรธานี เพื่อขอความร่วมมือในการจัดการจราจร การอํานวยความสะดวกบริเวณจุดจอดรถ รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัย ก่อนที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล [...]
- https://www.thaipbs.or.th/news/rss/news — นทท.สะท้อนปัญหาพืชสวนโลกอุดรฯ ร้อนจัด-รถรางน้อย-จุดพักไม่เพียงพอ [한국어 번역]วันนี้ (1 พ.ย.2569) มหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี เปิดให้ประชาชนเข้าชมเป็นวันแรก แต่ยังพบปัญหาการบริหารจัดการและสิ่งอํานวยความสะดวก โดยเฉพาะรถรับ-ส่งและรถรางภายในพื้นที่จัดงานกว่า 1,000 ไร่ ซึ่งมีจํานวนไม่เพียงพอกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทําให้ต้องรอคิวนาน ขณะที่จุดจําหน่ายตั๋วมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ แม้จะจัดช่องจําหน่ายไว้หลายจุด แต่ยังให้บริการได้ล่าช้า นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทยอยเดินทางเข้าชมงาน โดยต้องเลือกซื้อตั๋วตามประเภทกลุ่มผู้เข้าชม ได้แก่ ชาว จ.อุดรธานี กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน หรือกลุ่ม "บายดี" บุคคลทั่วไป และกลุ่มที่ได้รับสิทธิ์เข้าชมฟรี นอกจากนักท่องเที่ยวในประเทศแล้ว ยังมีกรุ๊ปทัวร์จากนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว เดินทางมาร่วมชมงานด้วย โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ระบุว่า เคยเห็นความสวยงามของพื้นที่จัดงานจากด้านหน้า จึงต้องการเข้ามาชมพันธุ์ไม้และบรรยากาศภายในงานด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม ข้อกําหนดห้ามนําอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปภายในงานกลายเป็นอีกประเด็นที่นักท่องเที่ยวสะท้อนถึงผู้จัด โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องการให้เพิ่มจุดจําหน่ายน้ําดื่มและจุดพักระหว่างทาง รวมถึงเพิ่มจํานวนรถรางให้เพียงพอกับระยะทางและพื้นที่จัดงาน หลังพบว่าต้องใช้เวลารอรถนาน ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทําให้การเดินชมงานไม่สะดวกนัก ภายหลังได้รับเสียงสะท้อนจากนักท่องเที่ยว ผู้จัดงานได้ผ่อนผันให้สามารถนําเครื่องดื่มเข้าไปภายในงานได้ เพื่อบรรเทาความไม่สะดวกในช่วงที่มีอากาศร้อน นักท่องเที่ยวยังเสนอให้ปรับปรุงรายละเอียดภายในพื้นที่จัดงานเพิ่มเติม โดยมองว่าจุดเริ่มต้นของเส้นทางเข้าชมผ่านสะพานเชื่อมสองฝั่งยังไม่ดึงดูดความสนใจมากนัก เนื่องจากมองเห็นเพียงหนองน้ําและต้นไม้ จึงอยากให้มีจุดนําเสนอที่สร้างความประทับใจตั้งแต่ทางเข้า นอกจากนี้ ยังเสนอให้ทําทางเดินเชื่อมระหว่างอาคารโดยมีหลังคาคลุมตลอดแนว เพื่อให้เดินชมงานได้สะดวกขึ้นและลดการเผชิญแดดโดยตรง อีกข้อเสนอคือการปรับเวลาเปิด-ปิดงานให้เหมาะกับสภาพอากาศ โดยอยากให้เปิดตั้งแต่เวลา 06.00 น. เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมงานในช่วงเช้าที่อากาศเย็นกว่า และขยายเวลาปิดไปจนถึง 22.00 น. เพื่อเพิ่มเวลาเข้าชมในช่วงค่ํา รวมถึงชดเชยช่วงกลางวันที่อากาศร้อนจัด แม้จะพบอุปสรรคหลายด้าน แต่นักท่องเที่ยวบางส่วนมองว่า ภาพรวมของการจัดงานยังอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี แม้ต้องเผชิญกับอากาศร้อนและความไม่สะดวกในการเดินทางภายในพื้นที่ก็ตาม ด้านนายวัชระพล ขาวขํา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ยอมรับว่า การจัดงานวันแรกยังมีปัญหาด้านสิ่งอํานวยความสะดวก ทั้งรถขนส่งสาธารณะและรถรางรับ-ส่งนักท่องเที่ยว เนื่องจากมีผู้เดินทางเข้าชมจํานวนมากเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะนี้คณะผู้จัดงานประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี เพื่อเร่งเพิ่มจํานวนรถให้เพียงพอต่อการให้บริการ ส่วนความคืบหน้าการขอรับการจัดสรรงบกลาง 250 ล้านบาท นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ครม. ได้ให้ความเห็นชอบในหลักการแล้ว คาดว่าจะได้รับการจัดสรรงบประมาณในช่วงเดือน ธ.ค.2569 หรือ ม.ค.2570 เพื่อนําไปเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงาน ทั้งการดูแลสวนนานาชาติ การรักษาความปลอดภัย ค่าสาธารณูปโภค การอํานวยความสะดวกด้านการจราจร และการบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นไปตามข้อเสนอและมาตรฐานของสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ หรือ AIPH อ่านข่าว : ปราจีนบุรีจัดงาน "ชวนกินปลา" สวนทางชาวบ้านกังวลสารพิษจากน้ําท่วม กองทัพเมียนมาทิ้งระเบิดฐาน KNU สะเก็ดระเบิดข้ามฝั่งไทย บ้านเสียหาย 17 หลัง แฮก Binance โจทย์ใหม่นักลงทุน ราคาดิ่งอาจไม่น่ากลัวเท่าระบบถูกเจาะ
- https://www.thaipbs.or.th/news/rss/news — อุดรฯ เตรียมรับ ครม.สัญจร-จัดมหกรรมพืชสวนโลก ชูโจทย์กระจายรายได้ [한국어 번역]วันนี้ (1 พ.ย.2569) จังหวัดอุดรธานี เตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร วันที่ 3 พ.ย.นี้ ควบคู่กับการจัดมหกรรมพืชสวนโลก ซึ่งรัฐบาลคาดว่าจะเป็นกิจกรรมสําคัญในการดึงนักท่องเที่ยวและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่กว่า 20,000 ล้านบาท โดยประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมา คือการต่อยอดทรัพยากรท้องถิ่นและกระจายรายได้ จากการท่องเที่ยวไปยังผู้ประกอบการและชุมชน ก่อนการประชุม ครม.สัญจร ทีมรองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี นําสื่อมวลชนลงพื้นที่บ้านโนนกอก ต.หนองนาคํา อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อชมการทอผ้าหมี่ขิด ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมพื้นเมืองที่สะท้อนภูมิปัญญาของชาวบ้าน โดยผ้าหมี่ขิดของจังหวัดมีลวดลายสําคัญ 2 แบบ ได้แก่ ลายไหบ้านเชียงและลายดอกบัว ซึ่งจะนํามาใช้เป็นเครื่องแต่งกายในการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ด้วย ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า อุดรธานีเป็นเจ้าภาพกิจกรรมสําคัญ 2 งาน ได้แก่ การประชุม ครม.สัญจร และมหกรรมพืชสวนโลก ซึ่งกําหนดจัดระหว่างวันที่ 1 พ.ย.2569- 14 มี.ค.2570 รวม 134 วัน ภายในงานประกอบด้วยสวนนานาชาติ 32 สวน และสวนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอีก 6 สวน รวมถึงพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับกว่า 1,000,000 ต้น ที่จะหมุนเวียนจัดแสดงตลอดระยะเวลาการจัดงาน รัฐบาลประเมินว่ามหกรรมพืชสวนโลก จะมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมประมาณ 3,600,000 คน และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจมากกว่า 20,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรมกว่า 200 รายการ ตลอด 134 วัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเป้าหมายและประมาณการของฝ่ายรัฐบาล ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง จึงต้องติดตามทั้งจํานวนผู้เข้าร่วมงานและรายได้ ที่กระจายไปยังธุรกิจในพื้นที่ ด้าน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกรัฐบาล ระบุว่า จ.อุดรธานี มีมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 130,000 ล้านบาท และมีจุดเด่นในการนําผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูป รวมถึงธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว โดยยกตัวอย่างบ้านโนนกอก ซึ่งนําภูมิปัญญาการทอผ้ามาพัฒนาต่อยอด เป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน น.ส.ลลิดา ยังเน้นว่า การประเมินความสําเร็จของการเป็นเจ้าภาพ ไม่ได้อยู่ที่จํานวนคนเดินทางเข้าจังหวัดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาด้วยว่ารายได้จากกิจกรรมดังกล่าว ไปถึงประชาชนและผู้ประกอบการในท้องถิ่นมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะกลุ่มชาวบ้านที่เป็นผู้ผลิตสินค้าและให้บริการ ซึ่งควรได้รับประโยชน์จากการจัดงานอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนการประชุม ครม.สัญจร วันที่ 3 พ.ย.นี้ ประเด็นหลักที่รัฐบาลระบุว่า จะให้ความสําคัญ ได้แก่ การแก้ปัญหาและพัฒนาอาชีพเกษตรกร การจัดการด้านอาหาร และการปราบปรามยาเสพติด การจัดกิจกรรมทั้ง 2 งาน จึงเป็นโอกาสที่อุดรธานีจะนําทุนทางวัฒนธรรม และทรัพยากรในพื้นที่ มาเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือ การดําเนินงานจะทําให้รายได้จากนักท่องเที่ยวและกิจกรรมขนาดใหญ่กระจายไปถึงชุมชน ผู้ผลิตสินค้าและผู้ประกอบการท้องถิ่นได้มากน้อยเพียงใด ไม่ใช่เพียงการวัดความสําเร็จ จากจํานวนผู้เข้าชมหรือมูลค่าเงินสะพัดที่คาดการณ์ไว้เท่านั้น อ่านข่าว : Binance ควักจ่ายเอง! ใช้เงินบริษัทชดเชยเหยื่อแฮกคริปโทฯ แล้ว 90% Gen Z ครองแชมป์นักอ่าน งานหนังสือครั้งที่ 31 ยอดเข้าชมทะลุ 1.4 ล้านคน "สนธิ" ประกาศช่วยค่าน้ํามัน 1 แสนบาท หนุนคาราวานบุกทําเนียบฯ 5 พ.ย.








