태국기타📰 webmaster@thaipbs.or.th최종 60.8
อดีตนายกฯ นายทักษิณ ชินวัตร สร้างความฮือฮาบนหน้าสื่อ และสะเทือนวงการยุติธรรมอีกครั้ง เมื่อให้ทนายคู่ใจ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ยื่นคําร้องต่อประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมส…
검토: 자동 경고 없음
근거 출처 2개 보기
- webmaster@thaipbs.or.th — "ทักษิณ" ยื่นนิรโทษล้างมลทิน หรือแค่ปมเปลี่ยนดีล "ภท.-พท." [한국어 번역]
อดีตนายกฯ นายทักษิณ ชินวัตร สร้างความฮือฮาบนหน้าสื่อ และสะเทือนวงการยุติธรรมอีกครั้ง เมื่อให้ทนายคู่ใจ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ยื่นคําร้องต่อประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ให้วินิจฉัยสิทธิ ได้รับนิรโทษกรรม และพ้นจากข้อกล่าวหาความผิดทั้งปวง ตามพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ถือเป็นการยื่นคําร้องหวังให้ล้างมลทินจากความผิด และลบประวัติที่โดนมาทั้งหมด โดยอ้างเหตุผล สิ่งที่นายทักษิณได้ทํามา เพื่อประโยชน์ประชาชนและประเทศชาติ ขณะที่การถูกกระทําและข้อหาความผิด ล้วนเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองทั้งสิ้น ผลพวงจากความขัดแย้งและแรงจูงใจทางการเมืองช่วงปี 2548-2568 รวมทั้งรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ที่มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.ในขณะนั้น เป็นหัวหน้าคณะ ทั้งกระบวนการตรวจสอบและดําเนินคดีในเวลาต่อมา เป็นความสืบเนื่องจากการใช้อํานาจภายหลังรัฐประหาร เปรียบเสมือน "ผลไม้ของต้นไม้พิษ" ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นธรรม นายทักษิณได้ยกคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง รวม 4 คดีหลัก มาประกอบการพิจารณา นําโดยคดีริบทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท กรณีขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) หรือชินคอร์ป ซึ่งขายให้กับกองทุนเทมาเส็กของสิงคโปร์ เข้าข่ายความผิดตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข และเมื่อพิจารณาจากคําพิพากษาศาลฎีกาทั้งหมด ไม่ปรากฏข้อวินิจฉัยใดที่ระบุชัดเจนว่า ผู้ร้องกระทําความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ อีกทั้งได้กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ พระราชทานอภัยลดโทษเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2566 เหลือโทษจําคุก 1 ปี นายวิญญัติ ได้ระบุเพิ่มเติมด้วยว่า นายทักษิณต้องการล้างมลทินในเรื่องที่ถูกกล่าวหาได้รับโทษแล้ว เพื่อต้องการทํามาหากิน ใช้ชีวิตสงบสุขในช่วงบั้นปลายชีวิต และไม่ประสงค์ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก ความจริง แม้ว่านายทักษิณ จะสามารถยื่นคําร้องดังกล่าว ไปยังคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขได้ แต่ดูเหมือนจะมีความเห็นที่หลากหลายตามมาทันควัน นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต สส.พรรคเพื่อไทย และ อดีตแกนนํานปช. โพสต์แสดงความเห็นว่าจะแปลกอะไร ในเมื่อพวกที่ยึดอํานาจก็นิรโทษกรรมตัวเองได้ พวกยึดสนามบินก็ได้รับนิรโทษกรรม แล้วทําไม นายทักษิณที่ถูกยึดอํานาจ จะไม่ได้รับการนิรโทษกรรมบ้าง แต่ในมุมของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการสร้างเสริมสันติสุขชุดหลัก กลับโยนเรื่องนี้ ไปยังคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ด้านกฎหมาย และเป็นประธานกรรมการชุดนี้ เป็นผู้พิจารณาในรายละเอียดตามกฎเกณฑ์ที่มีอยู่ ขณะที่อดีตแกนนํา กปปส. ชุดขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเป็นอัยการเก่า นายถาวร เสนเนียม ได้โพสต์เตือนนายทักษิณว่า อย่าดันทุรังยื่นขอนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เพราะขัดแย้งกับมาตรา 3 ที่กําหนดชัดเจนว่า ไม่รวมการนิรโทษกรรมคดีทุจริตประพฤติมิชอบ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ตลอดจนความผิดอาญาร้ายแรงอื่นๆ สอดคล้องกับอดีตผู้พิพากษา นายวัส ติงสมิตร และอดีตประธาน กสม. ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า นายทักษิณ ชินวัตร ยื่นคําร้องขอพ้นผิด ใต้ร่ม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 แต่การดิ้นรน ขอนิรโทษกรรม กลับติดมาตรา 3 ที่ไม่คุ้มครองคดีทุจริตหรือประพฤติมิชอบไม่รวมความผิด มาตรา 112 ตามประมวลกฎหมายอาญา และไม่รวมความผิดร้ายแรงทางคดีอาญา คําถามสําคัญที่ตามมา คือ นายทักษิณ และ ทนายมืออาชีพอย่างนายวิญญัติ ไม่ได้ศึกษาหรือดูข้อกําหนดในมาตรา 3 หรือ? หรืออาจทราบอยู่แล้ว แต่เป็นการยื่นตามช่องทางมาตรา 6 (2) ที่เปิดช่องทางไว้ เพื่อลุ้นผลพิจารณา หรือผลทางการเมือง? ดังที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรกลุ่มหลอมรวมประชาชน อดีตแกนนํา นปช. และอดีตทีมงานนายทักษิณ ที่เปิดประเด็นในอีกด้านหนึ่ง คือนายทักษิณ ยื่นนิรโทษกรรมคดีการเมือง เป็นการขยับเปลี่ยนดีลการเมือง เป็นการต่อรองเกมคว่ํารัฐบาล ผ่านเสียงโหวตของสส.เพื่อไทย ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่กําลังจะมีขึ้น นายจตุพร มองว่า หากบรรจุญัตติซักฟอกในสภา อนาคตทางการเมืองของนายอนุทิน จะอยู่ในมือของพรรคเพื่อไทย หากนายทักษิณไม่พอใจ เสียงสส.ที่จะลงมติไว้วางใจ จะเหลือเฉพาะพรรคภูมิใจไทย หากพรรคเพื่อไทยถอนตัวแค่พรรคเดียว หรือไปโหวตสวนร่วมมือกับพรรคฝ่ายค้าน หรือประสานจัดการใหม่กับพรรคกล้าธรรม จากรัฐบาลเสียงข้างมากจะกลายเป็นเสียงข้างน้อย และรัฐบาลจะถูกคว่ํากลางสภาทันที จะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวอย่างไร ยังไม่มีใครฟันธงชัดเจน แต่นายอนุทิน นายกฯ ตอบคําถามสื่อเมื่อวันอังคาร (13 ต.ค.) ว่ายังไม่ได้ยินเรื่องนายทักษิณ ยื่นคําร้องขอนิรโทษและล้างมลทิน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า เรื่องนี้จะกลายเป็นประเด็นร้อน ทั้งบนหน้าสื่อ และแวดวงการเมืองอย่างไม่ต้องสงสัย และอาจเป็นข่าวใหญ่ต่อเนื่อง ไม่ต่างจากเมื่อครั้ง รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ปฏิบัติการลักหลับ พยายามผลักดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯฉบับสุดซอย ในการประชุมสภาผู้แทนฯ กลางดึกคืนวันที่ 31 ตุลาคม ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 ท่ามกลางการคัดค้านของพรรคประชาธิปัตย์ ฝ่ายค้านในขณะนั้น แม้รัฐบาลจะชนะโหวตวาระ 3 แต่ถือจุดเริ่มต้นของกลุ่มมวลชน กปปส. ที่เคลื่อนไหวกดดันให้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ลาออก กระทั่งเกิดรัฐประหาร ปี 2557 และร่างพ.ร.บ.ฉบับสุดซอย ถูกตีตกจากที่ประชุมวุฒิสภา เพียงแต่ครั้งนี้ ที่แตกต่างออกไปคือพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ยื่นร่างกฎหมายนิรโทษกรรม เพราะมี พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เปิดช่องทางอยู่แล้ว แต่เป็นการยื่นคําร้องผ่านคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งประเด็นที่ต้องลุ้น คือคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่อง จะมีความเห็นและส่งต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ ที่นายปกรณ์ เป็นประธาน หรือไม่ อย่างไร จะสัมฤทธิ์ผล หรืออกหักซ้ําสอง ต้องลุ้นกันต่อไป รายงาน : ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส อ่านข่าว : เตือน 5 จังหวัด เสี่ยงน้ําป่าไหลหลาก-ดินถล่ม 14-16 ต.ค.นี้ น้ําท่วมกระทบทางหลวง 11 จังหวัด 55 แห่ง ผ่านไม่ได้ 6 แห่ง "วรศิษฎ์" ลั่นคดีทุจริตสอบท้องถิ่น สาวถึงใคร มีหลักฐานต้องดําเนินคดี
- 카오솟 (태국어) — ทิ้งหมัดเข้ามุม – คําตอบสุดท้าย? ทักษิณยื่นนิรโทษ [한국어 번역]
การที่ “ทักษิณ” มอบหมายให้ทนายความยื่นคําร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ขอรับนิรโทษกรรมเพื่อล้างมลทินตามพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2568 เป็นอีกประเด็นการเมืองที่สังคมให้ความสนใจ เพราะเกี่ยวข้องกับคดีความในอดีต และแนวทางคลี่คลายความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน การยื่นคําร้องถือเป็นสิทธิของทักษิณ ที่จะขอให้หน่วยงานที่มีอํานาจพิจารณาว่า คดีของตนเข้าข่ายได้รับประโยชน์ตามกฎหมายหรือไม่ ส่วนผลจะออกมาอย่างไรขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกําหนด ทักษิณให้เหตุผลว่า คดีที่เกี่ยวข้องมีที่มาจากความขัดแย้งทางการเมืองหลังการรัฐประหาร 2549 และต้องการให้พิจารณาครอบคลุมทุกคดี โดยระบุ ปัจจุบันตนเองอายุมากแล้ว ต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบ และวางมือจากการเมือง อย่างไรก็ตาม เหตุผลดังกล่าวจะมีน้ําหนักแค่ไหน ก็ต้องแยกพิจารณาระหว่างความต้องการส่วนตัว กับเงื่อนไขทางกฎหมาย กระบวนการชี้ขาด จึงอยู่ที่การกลั่นกรองคําร้องของคณะอนุกรรมการ ซึ่งจะตรวจสอบว่าคดีแต่ละส่วนมีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง และอยู่ในขอบเขตของกฎหมายหรือไม่ ก่อนเสนอให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขชุดใหญ่พิจารณาวินิจฉัย ภายในกรอบเวลา 180 วัน ประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาก คือ มาตรา 3 ของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ กําหนดข้อยกเว้นเกี่ยวกับความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ขณะที่คดีสําคัญบางคดีของทักษิณ เกี่ยวข้องกับการใช้อํานาจรัฐ และมีคําพิพากษาถึงที่สุดแล้ว คณะอนุกรรมการและคณะกรรมการจึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่า คดีใดอยู่ในขอบเขตที่กฎหมายเปิดทางให้พิจารณาได้บ้าง ความเห็นของนักกฎหมายที่มองว่า คดีของทักษิณอาจติดข้อจํากัดตามกฎหมาย เป็นมุมหนึ่งที่ควรรับฟัง แต่อีกด้านหนึ่ง การวินิจฉัยขั้นสุดท้ายก็ต้องเป็นไปตามอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ โดยพิจารณาจากข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรด่วนสรุปผลล่วงหน้าก่อนกระบวนการจะเสร็จสิ้น สําหรับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง [...]