태국기타📰 webmaster@thaipbs.or.th최종 63.8
เมื่อวันที่ 3 ต.ค.2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยและผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมว่า จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุดของศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤต ก…
검토: 자동 경고 없음
근거 출처 6개 보기
- webmaster@thaipbs.or.th — "น้ําท่วม" กระทบสถานประกอบการกว่า 4.2 พันแห่ง "วราวุธ" สั่งเตรียมแผนฟื้นฟูธุรกิจ-อุตฯ เร่งด่วน [한국어 번역]
เมื่อวันที่ 3 ต.ค.2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยและผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมว่า จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุดของศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤต กระทรวงอุตสาหกรรม (ศูนย์ CMC) ณ วันที่ 2 ต.ค.2569 พบสถานประกอบการได้รับผลกระทบในพื้นที่ 55 จังหวัด รวม 4,216 ราย ประกอบด้วย โรงงานอุตสาหกรรม 126 ราย ผู้ประกอบการ SMEs 4,006 ราย วิสาหกิจชุมชน 82 ราย และเหมืองแร่ 2 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นรวม 147.84 ล้านบาท สถานประกอบการใน "กรุงเทพฯ" กระทบมากสุด จังหวัดที่มีสถานประกอบการได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 1,114 ราย สมุทรปราการ 499 ราย ปราจีนบุรี 405 ราย ระยอง 272 ราย และปทุมธานี 232 ราย ขณะที่จังหวัดที่มีมูลค่าความเสียหายสูงสุด ได้แก่ สระแก้ว 58.17 ล้านบาท นครปฐม 16.65 ล้านบาท สมุทรปราการ 14.34 ล้านบาท ปทุมธานี 14.15 ล้านบาท และจันทบุรี 9.58 ล้านบาท นายวราวุธ กล่าวว่า จากการสํารวจส่วนใหญ่ร้อยละ 95 ผู้ประกอบการต้องการความช่วยเหลือด้านการเงิน ประมาณร้อยละ 5 ต้องการความช่วยเหลือที่ไม่ใช่การเงิน เช่น ต้องการระบายน้ําออกจากพื้นที่รอบโรงงาน ขอกระสอบทราย ถุงบิ๊กแบ็ค เครื่องสูบน้ํา ขอถุงยังชีพน้ําดื่มของจําเป็น และการฟื้นฟูซ่อมแซมอาคาร ทําความสะอาด ซ่อมเครื่องจักร อุปกรณ์ระบบไฟฟ้า และการขอยกเว้นค่าธรรมเนียม ด้านความช่วยเหลือที่ไม่ใช่การเงิน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้ร่วมกับสํานักงานอุตสาหกรรมจังหวัดช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยพื้นที่ที่ยังมีน้ําท่วมขังได้ให้คําปรึกษาผ่านโทรศัพท์และวิดีโอคอล ส่วนพื้นที่ที่น้ําลดแล้วจะจัดทีมลงพื้นที่ตามลําดับความเร่งด่วน โดยมีแผนเริ่มดําเนินการทันทีในสัปดาห์หน้า ขณะนี้มีผู้ประกอบการแจ้งขอความช่วยเหลือแล้วกว่า 200 ราย ส่งถุงยังชีพช่วยเหลือเบื้องต้น นายวราวุธ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมได้เร่งช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่โดยรอบนิคมอุตสาหกรรม มีการแจกถุงยังชีพแล้ว 9,100 ถุง รวมถึงถุงยังชีพช่วยเหลือพนักงานโรงงานและประชาชน ที่ไม่สามารถออกจากพื้นที่ใน จ.สุพรรณบุรี และ จ.จันทบุรี อีก 560 ถุง พร้อมสนับสนุนถุงบิ๊กแบ็ค 150 ถุง ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สํานักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ประสานผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในพื้นที่ โดยเฉพาะสถานประกอบการขนาดใหญ่และเหมืองแร่ ร่วมช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งด้านอาหาร น้ําดื่ม เครื่องอุปโภคบริโภค กระสอบทราย และรถบรรทุกขนาดใหญ่สําหรับเคลื่อนย้ายประชาชนไปยังศูนย์พักพิง ขณะเดียวกัน กรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้จัดเตรียมถุงบิ๊กแบ็คอีก 1,000 ถุง เพื่อสนับสนุนหน่วยงานหรือสถานประกอบการที่ร้องขอ พร้อมเปิดสายด่วน 1564 รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากโรงงาน SMEs และวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ เร่งฟื้นสถานประกอบการหลังน้ําท่วม รมว.อุตสาหกรรม ยังกล่าวถึงการฟื้นฟูหลังน้ําท่วมว่า จะเร่งให้สถานประกอบการกลับมาเดินเครื่องจักรและดําเนินธุรกิจได้โดยเร็ว โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเดินหน้าโครงการ Rebuild SMEs ส่งทีมนักวินิจฉัยสถานประกอบการประเมินสุขภาพธุรกิจ วิเคราะห์ปัญหา และจัดผู้เชี่ยวชาญให้คําปรึกษาและแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับผู้ประกอบการแต่ละราย ขณะที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม เตรียมออกประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีแก่โรงงานในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงฟื้นฟูกิจการ SME D Bank พักหนี้เงินต้น-ดอกเบี้ย 12 เดือน ส่วนมาตรการทางการเงิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เตรียมช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ด้วยมาตรการพักชําระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน พร้อมมาตรการเติมทุนฉุกเฉินสําหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยตรง วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม สูงสุด 200,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี ผ่อนชําระสูงสุด 3 ปี ปลอดชําระเงินต้น 12 เดือน ส่วนกองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ มีมาตรการพักชําระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวอีกว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจัดเตรียมสินเชื่อ เงินไว ฟื้นภัยพิบัติ วงเงินรวม 50 ล้านบาท สําหรับลูกหนี้รายเดิมชั้นดี ให้พักชําระเงินต้นและดอกเบี้ยอัตโนมัติ 4 เดือน ลดภาระค่างวดรายเดือน 50% เป็นเวลา 6 เดือน ขยายระยะเวลาชําระหนี้ได้ไม่เกิน 2 ปี และสามารถขอรีไฟแนนซ์ตามเงื่อนไขที่กําหนด ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหม่สามารถขอสินเชื่อสูงสุด 1 ล้านบาทต่อรายหรือกิจการ โดยกําหนดอัตราดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งระดมทุกกลไกเพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งการบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่ การฟื้นฟูสถานประกอบการ และการสนับสนุนด้านเงินทุน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถกลับมาดําเนินกิจการอย่างต่อเนื่อง อ่านข่าว : "ชุมชนเคหะร่มเกล้า" น้ําท่วมเริ่มลดลง แต่บางจุดยังสูง 1.30 ม. กทม.ระดม "เรือลุงถั่ว" เร่งระบายน้ําคลองประเวศฯ ออกพระโขนง ยื่นขอเยียวยาน้ําท่วมผ่านแอปฯ ทางรัฐ แล้ว 7 แสนคน มากสุด กทม. ประกาศ ฉ.6 ไทยตอนบนอากาศแปรปรวน 4-7 ต.ค.เตือนพื้นที่เสี่ยงน้ําท่วม เตือน 8-13 ต.ค. "ตะวันออก-กลาง-กทม.-ใต้" เจอฝนเพิ่มขึ้น-ตกหนัก
- 카오솟 (태국어) — อนุทิน ลุยเยี่ยมชาวปราจีนบุรีน้ําท่วม จับตะหลิว แต่ไม่ได้ทํากับข้าว บอกเดี๋ยวโดนว่าอีก [한국어 번역]
อนุทิน ลุยเยี่ยมชาวปราจีนบุรีน้ําท่วม จับตะหลิว แต่ไม่ได้ทํากับข้าว บอกเดี๋ยวโดนว่าอีก ยันมีงบเยียวยาแน่ ขอให้วางใจ ชมทีมนายก อบจ. ทําหน้าที่ดีมาก วันที่ 4 ต.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดําเนินงานโรงพยาบาลสนามค่ายจักรพงษ์ มณฑลทหารบกที่ 12 ค่ายจักรพงษ์ อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี โดยมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และนายสัญญา นามี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมลงพื้นที่ จุดแรกนายกฯ เดินทางไปตรวจเยี่ยม และรับฟังปัญหา ที่โรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ซึ่งเป็นที่รองรับผู้ป่วย ที่ต้องอพยพออกมาจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และโรงพยาบาลบ้านสร้าง โดยเข้าไปเยี่ยมผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลสนาม พร้อมให้กําลังใจทีมแพทย์ในการทําหน้าที่ดูแลประชาชน ขณะที่ทีมแพทย์รายงานว่าปัจจุบัน [...]
- webmaster@thaipbs.or.th — ปราจีนบุรีน้ําท่วม 7 อําเภอ กระทบกว่า 5.5 หมื่นครัวเรือน นายกฯ ลงพื้นที่ [한국어 번역]
วันนี้ (4 ต.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เดินทางมาติดตามสถานการณ์น้ําท่วมในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี โดยรับฟังปัญหาการดูแลผู้ป่วยโรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ซึ่งเป็นที่รองรับผู้ป่วย ที่ต้องอพยพออกมาจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และโรงพยาบาลบ้านสร้าง พร้อมเข้าไปให้กําลังใจผู้ป่วยในโรงพยาบาลสนาม และทีมแพทย์ที่ทําหน้าที่ดูแลประชาชน นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า จ.ปราจีนบุรี ถือเป็นจังหวัดที่น้ําท่วมหนักมากกว่าจังหวัดอื่น ๆ ถึงขั้นที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ต้องปิดรับผู้ป่วย ต้องย้ายผู้ป่วยทั้งหมด ไปตามสถานพยาบาลอื่น ๆ และโรงพยาบาลสนาม ด้านทีมแพทย์รายงานว่า ปัจจุบันยังต้องการความสนับสนุน เครื่องช่วยหายใจ 4 เครื่อง สายเครื่องช่วยหายใจ 8 เซ็ต เครื่องให้ออกซิเจน 40 เครื่อง เครื่องดูดเสมหะแบบเคลื่อนที่ 30 เครื่อง เครื่องควบคุมน้ําเกลือ 20 เครื่อง แต่ภาพรวมนายกรัฐมนตรีสะท้อนว่า จังหวัดบริหารจัดการเรื่องผู้ป่วยได้ดี โดยใช้แผนจากสถานการณ์โควิด-19 มาปรับใช้ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังให้กําลังใจประชาชน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และจิตอาสา ที่ศูนย์พักพิงสํานักงานขนส่งใหม่ปราจีนบุรี ยืนยันว่าจะมีงบประมาณมาช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากน้ําท่วมแน่นอน ขอให้ไว้วางใจ ไม่ต้องกังวล โดยประชาชนสะท้อนว่า หลังจากน้ําลดแล้ว ขอให้นายกรัฐมนตรีดูแล จ.ปราจีนบุรีเป็นพิเศษด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีตอบกลับว่า ดูแลอยู่แล้ว เพราะน้ําท่วมเกิน 7 วัน ส่วนการระบายน้ําในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ทุกพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งหมด ต้องแก้ปัญหาน้ําในระบบ ให้มีปริมาณลดลง ก่อนจะแก้ปัญหาน้ําท่วมชุมชน หากไม่สามารถระบายน้ําในระบบได้ ก็ไม่สามารถทําให้น้ําที่ท่วมบ้านประชาชนลดลงได้ เบื้องต้นสั่งการให้เพิ่มศูนย์พักพิง เพื่ออํานวยความสะดวกประชาชน ขณะที่ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ําท่วมสูง จนไม่สามารถพักอาศัยอยู่ภายในบ้าน รวมถึงผู้ป่วยและผู้สูงอายุ องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี จัดเตรียมศูนย์พักพิงไว้ 2 แห่ง เพื่อรองรับประชาชนที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่ แห่งแรกคือศูนย์พักพิงบริเวณ บขส.ใหม่ ขณะนี้มีผู้อพยพเข้าพักรวม 376 คน ส่วนศูนย์พักพิงวัดแหลม มีผู้อพยพเข้าพักรวม 57 คน มีเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลต่าง ๆ เข้ามาดูแล พร้อมจัดเตรียมอาหารให้ผู้ประสบภัยทั้ง 3 มื้อ ส่วนสถานการณ์น้ําในพื้นที่ อ.เมือง โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่อง หลังระดับน้ํายังสูงกว่าผิวการจราจรประมาณ 1 เมตร รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ประชาชนที่จําเป็นต้องออกจากบ้านต้องเดินลุยน้ําหรือใช้เรือ โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากหลายพื้นที่เข้ามาสนับสนุนเรือรับ-ส่งประชาชน ในเขตเทศบาล ส่วนการช่วยเหลือด้านอาหารและน้ําดื่ม ยังคงมีประชาชนและองค์กรต่าง ๆ ร่วมกันจัดทําข้าวกล่อง พร้อมใช้เรือท้องแบน ลําเลียงเข้าไปแจกจ่ายตามบ้านเรือน โดยเฉพาะพื้นที่บ้านจัดสรรและชุมชนที่ถูกน้ําท่วมสูง และรถยนต์ไม่สามารถเข้าถึง ทั้งนี้ จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในห้วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ จ.ปราจีนบุรี เกิดน้ําท่วม 7 อําเภอ ได้แก่ อ.กบินทร์บุรี อ.บ้านสร้าง อ.ประจันตคาม อ.นาดี อ.เมืองปราจีนบุรี อ.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมโหสถ รวม 65 ตําบล 691 หมู่บ้าน 37 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 55,286 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 9 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 4 ต.ค.2569 เวลา 07.00 น.) โดยประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจํานวน 7 อําเภอ 65 ตําบล 691 หมู่บ้าน 37 ชุมชน สําหรับพื้นที่ อ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับผลกระทบ 13 ตําบล 142 หมู่บ้าน 17 ชุมชน 15,597 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 2 คน จากเหตุไฟฟ้าช็อตและจมน้ํา ปัจจุบันระดับน้ําลดลง อ่านข่าว : องครักษ์อ่วม น้ําท่วมสูง สวนไม้ประดับเสียหาย 2 หมื่นไร่ ชาวบ้านร้องเร่งระบาย ปภ.เผยน้ําท่วม 27 จังหวัด - กทม. กระทบ 1.17 ล้านครัวเรือน สทนช.เผยมวลน้ําเหนือถึงอยุธยาวันนี้ ริมฝั่งเจ้าพระยา-แม่น้ําน้อยรับน้ําเพิ่ม 10 ซม.
- 마티촌 (태국어) — 27 จังหวัด-กทม.ยังท่วม กระทบ 1.17 ล้านครัวเรือน ปภ.เร่งระบาย-ฟื้นฟู เตือนฝนหนักซ้ํา 4-7 ต.ค. [한국어 번역]
27 จว.-กทม.ยังจมน้ํา กระทบกว่า 1.1 ล้านครัวเรือน ปภ.เร่ง [...]
- webmaster@thaipbs.or.th — ปภ.เผยน้ําท่วม 27 จังหวัด - กทม. กระทบ 1.17 ล้านครัวเรือน [한국어 번역]
วันนี้ (4 ต.ค.2569) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประกอบกับการระบายน้ําที่ไหลมาจากภาคเหนือ มาสมทบกับมวลน้ําในภาคกลาง ทําให้ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 27 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และสุรินทร์ รวม 154 อําเภอ 1,209 ตําบล 8,790 หมู่บ้าน และกรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,171,165 ครัวเรือน 3,262,676 คน แบ่งเป็น ภาคเหนือ จ.เพชรบูรณ์ เกิดน้ําท่วม 3 อําเภอ ได้แก่ อ.ศรีเทพ อ.วิเชียรบุรี อ.หนองไผ่ รวม 4 ตําบล 6 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 82 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.นครสวรรค์ น้ําท่วม 14 อําเภอ ได้แก่ อ.พยุหะคีรี อ.แม่วงก์ อ.ตาคลี อ.ไพศาลี อ.ลาดยาว อ.บรรพตพิสัย อ.เก้าเลี้ยว อ.เมืองฯ อ.ชุมแสง อ.ท่าตะโก อ.ตากฟ้า อ.โกรกพระ อ.ชุมตาบง อ.หนองบัว รวม 92 ตําบล 514 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,013 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง ภาคกลาง จ.อุทัยธานี เกิดน้ําท่วม 8 อําเภอ ได้แก่ อ.หนองฉาง อ.ห้วยคต อ.สว่างอารมณ์ อ.บ้านไร่ อ.หนองขาหย่าง อ.ลานสัก อ.เมืองฯ อ.ทัพทัน รวม 56 ตําบล 413 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,785 ครัวเรือน ระดับน้ําเพิ่มขึ้น จ.ลพบุรี เกิดน้ําท่วมในพื้นที่อําเภอบ้านหมี่ รวม 7 ตําบล 30 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 975 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.ชัยนาท เกิดน้ําท่วมใน 4 อําเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.วัดสิงห์ อ.มโนรมย์ อ.สรรพยา รวม 26 ตําบล 135 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,473 ครัวเรือน ระดับน้ําทรงตัว จ.สิงห์บุรี เกิดน้ําท่วมในพื้นที่ 3 อําเภอ ได้แก่ อ.อินทร์บุรี อ.พรหมบุรี อ.เมืองฯ รวม 5 ตําบล 16 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,220 ครัวเรือน ระดับน้ําเพิ่มขึ้น จ.สุพรรณบุรี เกิดน้ําท่วม 10 อําเภอ ได้แก่ อ.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง อ.ดอนเจดีย์ อ.ศรีประจันต์ อ.เมืองฯ อ.สามชุก อ.อู่ทอง อ.เดิมบางนางบวช อ.ด่านช้าง อ.หนองหญ้าไซ รวม 107 ตําบล 923 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 28,453 ครัวเรือน ระดับน้ําเพิ่มขึ้น จ.กาญจนบุรี เกิดน้ําท่วม 12 อําเภอ ได้แก่ อ.ไทรโยค อ.ห้วยกระเจา อ.หนองปรือ อ.พนมทวน อ.ด่านมะขามเตี้ย อ.ท่าม่วง อ.ท่ามะกา อ.บ่อพลอย อ.ศรีสวัสดิ์ อ.ทองผาภูมิ อ.เมืองฯ อ.สังขละบุรี รวม 85 ตําบล 822 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,937 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 คน ระดับน้ําลดลง จ.อ่างทอง เกิดน้ําท่วม 5 อําเภอ ได้แก่ อ.ป่าโมก อ.ไชโย อ.วิเศษชัยชาญ อ.เมืองฯ อ.สามโก้ รวม 33 ตําบล 129 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,938 ครัวเรือน ระดับน้ําเพิ่มขึ้น จ.สระบุรี เกิดน้ําท่วม 7 อําเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.หนองแค อ.พระพุทธบาท อ.ดอนพุด อ.หนองโดน อ.วิหารแดง อ.บ้านหมอ รวม 32 ตําบล 166 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,983 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 คน ระดับน้ําลดลง จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดน้ําท่วมใน 16 อําเภอ ได้แก่ อ.เสนา อ.บางบาล อ.ผักไห่ อ.บางไทร อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.บางปะหัน อ.ลาดบัวหลวง อ.อุทัย อ.นครหลวง อ.วังน้อย อ.ท่าเรือ อ.ภาชี อ.บ้านแพรก อ.บางซ้าย อ.มหาราช รวม 205 ตําบล 1,345 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 53,457 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 คน ระดับน้ําเพิ่มขึ้น จ.สมุทรปราการ เกิดน้ําท่วมใน 6 อําเภอ ได้แก่ อ.บางเสาธง อ.พระประแดง อ.บางพลี อ.เมืองฯ อ.บางบ่อ อ.พระสมุทรเจดีย์ รวม 38 ตําบล 382 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 223,346 ครัวเรือน เสียชีวิต 8 คน ระดับน้ําลดลง จ.ปทุมธานี เกิดน้ําท่วมใน 7 อําเภอ ได้แก่ อ.ธัญบุรี อ.เมืองฯ อ.สามโคก อ.คลองหลวง อ.ลําลูกกา อ.หนองเสือ อ.ลาดหลุมแก้ว รวม 62 ตําบล 510 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 169,724 ครัวเรือน ระดับน้ําเพิ่มขึ้น จ.นครปฐม เกิดน้ําท่วมใน 3 อําเภอ ได้แก่ อ.นครชัยศรี อ.บางเลน อ.ดอนตูม รวม 44 ตําบล 223 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,214 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.ราชบุรี เกิดน้ําท่วมใน 9 อําเภอ ได้แก่ อ.โพธาราม อ.บางแพ อ.เมืองฯ อ.ดําเนินสะดวก อ.บ้านโป่ง อ.วัดเพลง อ.จอมบึง อ.ปากท่อ อ.สวนผึ้ง รวม 69 ตําบล 426 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 16,490 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.สมุทรสงคราม เกิดน้ําท่วมใน 3 อําเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.อัมพวา อ.บางคนที รวม 33 ตําบล 255 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 22,357 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.เพชรบุรี เกิดน้ําท่วมในพื้นที่อําเภอแก่งกระจาน รวม 2 ตําบล 3 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6 ครัวเรือน ระดับน้ําทรงตัว ภาคตะวันออก จ.นครนายก เกิดน้ําท่วมใน 4 อําเภอ ได้แก่ อ.ปากพลี อ.เมืองฯ อ.บ้านนา อ.องครักษ์ รวม 44 ตําบล 482 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 53,928 ครัวเรือน ระดับน้ําทรงตัว จ.ปราจีนบุรี เกิดน้ําท่วมใน 7 อําเภอ ได้แก่ อ.กบินทร์บุรี อ.นาดี อ.เมืองฯ อ.ศรีมหาโพธิ อ.ประจันตคาม อ.บ้านสร้าง อ.ศรีมโหสถ รวม 65 ตําบล 691 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 46,160 ครัวเรือน เสียชีวิต 7 ราย ระดับน้ําลดลง จ.ฉะเชิงเทรา เกิดน้ําท่วมใน 11 อําเภอ ได้แก่ อ.บางน้ําเปรี้ยว อ.บางคล้า อ.พนมสารคาม อ.แปลงยาว อ.ท่าตะเกียบ อ.เมืองฯ อ.สนามชัยเขต อ.บ้านโพธิ์ อ.บางปะกง อ.คลองเขื่อน อ.ราชสาส์น รวม 88 ตําบล 728 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 58,960 ครัวเรือน ระดับน้ําเพิ่มขึ้น จ.สระแก้ว เกิดน้ําท่วมใน 2 อําเภอ ได้แก่ อ.อรัญประเทศ อ.เมืองฯ รวม 3 ตําบล 4 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 50 ครัวเรือน เสียชีวิต 6 คน ระดับน้ําลดลง จ.ชลบุรี เกิดน้ําท่วมใน 10 อําเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.สัตหีบ อ.พนัสนิคม อ.ศรีราชา อ.บางละมุง อ.บ้านบึง อ.หนองใหญ่ อ.เกาะจันทร์ อ.พานทอง อ.บ่อทอง รวม 78 ตําบล 354 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 118,723 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.ระยอง เกิดน้ําท่วมใน 2 อําเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.แกลง รวม 5 ตําบล 50 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 810 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.จันทบุรี เกิดน้ําท่วมใน 2 อําเภอ ได้แก่ อ.นายายอาม อ.ท่าใหม่ รวม 10 ตําบล 50 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,000 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 คน ระดับน้ําลดลง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.บุรีรัมย์ เกิดน้ําท่วมในพื้นที่อําเภอชํานิ รวม 6 ตําบล 63 หมู่บ้าน ระดับน้ําลดลง จ.ชัยภูมิ เกิดน้ําท่วมใน 2 อําเภอ ได้แก่ อ.ภูเขียว อ.จัตุรัส รวม 8 ตําบล 34 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 81 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.สุรินทร์ เกิดน้ําท่วมในพื้นที่อําเภอสังขะ รวม 2 ตําบล 36 หมู่บ้าน ระดับน้ําลดลง กรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบ 329,000 ครัวเรือน เสียชีวิต 4 คน ระดับน้ําลดลง ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ลักษณะอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ช่วงวันที่ 4–7 ต.ค. ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยช่วงวันที่ 5–6 ต.ค. จะกระทบภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ขณะที่ช่วงวันที่ 8–13 ต.ค. ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้น จึงขอให้ประชาชนเฝ้าระวังน้ําท่วมฉับพลัน น้ําป่าไหลหลาก และน้ําท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ํา รวมถึงพื้นที่ริมแม่น้ําเจ้าพระยา ที่อาจได้รับผลกระทบจากการเพิ่มระบายน้ําท้ายเขื่อน ติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด เตรียมยกสิ่งของขึ้นที่สูงและพร้อมอพยพตามคําแนะนําของเจ้าหน้าที่ หลีกเลี่ยงการเดินหรือขับรถผ่านน้ําไหลเชี่ยว และไม่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงขณะเกิดพายุฝน ปภ.จะจัดกําลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลเร่งสูบระบายน้ํา เปิดเส้นทางสัญจร และเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัย โดยดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นลําดับแรก พร้อมส่งอาหาร น้ําดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจําเป็นถึงครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ ส่วนพื้นที่ที่น้ําลดลง จะเร่งสํารวจความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ ควบคู่กับการแจ้งเตือนสถานการณ์และแนวทางปฏิบัติตนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าว : ทางหลวงเผยภัยพิบัติบนโครงข่ายทางหลวง 19 จังหวัด 156 แห่ง สัญจรได้ 117 แห่ง "ชุมชนเคหะร่มเกล้า" น้ําท่วมเริ่มลดลง แต่บางจุดยังสูง 1.30 ม. ประกาศ ฉ.6 ไทยตอนบนอากาศแปรปรวน 4-7 ต.ค.เตือนพื้นที่เสี่ยงน้ําท่วม