TODAY, TOP 10 HOT NEWS

2026-09-19 · 최근 업데이트 · 2026-09-19T08:03:45.787007+09:00 생성

Archive timelineLatest 날짜가 노란색으로 강조됩니다
1위 핵심 이슈2–4위 주요 이슈5–7위 참고 이슈8–10위 관찰 이슈
1핵심
태국기타최종 65.0
근거 출처 5개 보기
  • 타이라트 (태국어) — ศาลสหรัฐฯ สั่ง Uber จ่าย 40 ล้านดอลลาร์ให้ครอบครัวหญิงสาวที่เสียชีวิตหลังถูกคนขับไล่ลงบนทางด่วน [한국어/English]
    ศาลสหรัฐฯ สั่ง Uber จ่าย 40 ล้านดอลลาร์ให้ครอบครัวหญิงวัย 23 ปีที่เสียชีวิต หลังถูกคนขับรถไล่ลงบนทางด่วน
  • 마티촌 (태국어) — เปิดรายชื่อ อส. เสียชีวิต 2 เจ็บ 16 ราย ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดบรรทุก6ล้อ [한국어/English]
    เปิดรายชื่อ อส. เสียชีวิต 2 เจ็บ 16 ราย ถูกคนร้ายลอบวาง [...]
  • 타이라트 (태국어) — ลอบวางระเบิด ยิงซ้ํา อส.สุคิริน กลับจากงานแข่งเรือพาย ตาย 2 เจ็บ 16 [한국어/English]
    ที่นราธิวาส เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง หนัก 50 กก. รถ อส.สุคิริน ขณะแล่นผ่าน กลับจากงานแข่งเรือพาย ก่อนออกมายิงซ้ํา เจ้าหน้าที่ดับ 2 เจ็บ 16 นาย
  • webmaster@thaipbs.or.th — นร.ฟิลิปปินส์ ยิงในโรงเรียนเสียชีวิต 2 คน ก่อนยิงตัวเอง [한국어/English]
    วันนี้ (18 ก.ย.2569) สํานักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณโรงเรียนมัธยมบังกา ในจังหวัดเซาท์ โกตาบาโต ทางตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ หลังเกิดเหตุนักเรียนยิงเพื่อนนักเรียนร่วมห้อง เสียชีวิต 2 คน ก่อนจะปลิดชีพตัวเอง โดยเป็นนักเรียนเกรด 9 หรือเทียบเท่ามัธยมศึกษาปีที่ 3 นอกจากนี้ มีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 3 คน โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ก่อเหตุกระทําการเพียงลําพัง และยังไม่ได้ยืนยันอายุของผู้ก่อเหตุ นายกเทศมนตรีเมืองบังกา เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุเป็นลูกชายของเจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้ปืนขนาด 9 มม.มาจากตู้เซฟในบ้าน โดยบอกเพื่อน 2 คน ว่า วางแผนจะก่อเหตุหลังพักเที่ยง เหตุสะเทือนขวัญในโรงเรียนฟิลิปปินส์ครั้งนี้ เกิดขึ้น 1 เดือนหลังเหตุยิงที่โรงเรียนอีกแห่ง บนเกาะมินดาเนา ส่งผลให้ตลอดเดือนที่ผ่านมา โรงเรียนทั่วประเทศเร่งฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ โดยผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุ เคยเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย อ่านข่าว : ค้นบ้านพักกลางเมืองเชียงใหม่ พบ "ลูกสิงโต" ครอบครองผิดกฎหมาย "ธรรมนูญ" กางงานวิจัย โต้ EHIA "อ่างเก็บน้ําคลองวังโตนด" ลอบบึ้ม-ซุ่มยิง รถ อส.อําเภอสุคิริน จ.นราธิวาส - เจ็บ 16 เสียชีวิต 2
  • webmaster@thaipbs.or.th — ลอบบึ้ม-ซุ่มยิง รถ อส.อําเภอสุคิริน จ.นราธิวาส - เจ็บ 16 เสียชีวิต 2 [한국어/English]
    วันนี้ (18 ก.ย.2569) เวลา 14.52 น. เกิดเหตุลอบวางระเบิดรถบรรทุก 6 ล้อของชุด เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน (อส.) อําเภอสุคิริน ก่อนใช้อาวุธปืนยิงซ้ํา เหตุเกิดบนถนนหมายเลข 4115 ต.ร่มไทร อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต เจ้าหน้าที่เร่งเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือ มีรายงานว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่อส.กําลังเดินทาง เพื่อเข้าร่วมงานแข่งขันเรือในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของเหตุการณ์อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และจะมีการรายงานเพิ่มเติมต่อไป ล่าสุดเมื่อเวลา 16.59 น.ที่ผ่านมา มีรายงานเจ้าหน้าที่บาดเจ็บและเสียชีวิต ดังนี้ 1 อส.สุไลมาน นาควาริน (สาหัส) 2 อส.รูดี สาวา 3 อส.ซัมซู ดือราแม 4 อส. อดิสร แดงศรี 5 อส.ไพศาล สีทอง 6 อส.อนันต์ ปุย 7 อส. ณัฐพงศ์ ว่องไว 8 อส.ชินวัตร รัตนพงษ์ 9 อส.มโนรมย์ ปุยรุก 10 อส. อัลฮัม นาเงาะ 11 อส. มะกอเซ็ง กาจิ (สาหัส) 12 อส.ซุบฮานห์ เจ๊ะดือลาะ( สาหัส) 13 อส.อัมรินทร์ ขุนทอง (สาหัส) 14 อส.ซุฮัน ดือเระ 15 อส.ดุลฟาตะ สาหะ (สาหัส) 16 อส.อิริน แก้วระวัง (เสียชีวิต) 17 อส.ณัฐนันท์ แก้วสุโพธิ์ (เสียชีวิต) 18 แดง อส.อัมนาน ซูดิง (สาหัส ) อ่านข่าว : จนท.เคลียร์พื้นที่ปะทะบนเทือกเขาตะเว พบผู้ก่อเหตุเสียชีวิต 2 คน ฝ่ายความมั่นคง สั่งปิด 3 วัน “เขาตะเว” เปิดทางตามเบาะแสคดีโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี จนท.ยิงปะทะบนเทือกเขาตะเว นราฯ ผู้ก่อเหตุเสียชีวิต 1 คน “ไฟใต้” เดือดกลางสภา คําเฉลยแก้ 20 ปีไฉนไม่สงบ ยิง "ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน" เสียชีวิตในพื้นที่ อ.รือเสาะ นราธิวาส
2주요
태국기타최종 63.8
근거 출처 5개 보기
  • 타이라트 (태국어) — ยังติดใจ “ลุงแหวน ธานอส” แจ้งความ อ้างเอกสารวัดป่าอดุลฯ 4 ฉบับไม่ชอบด้วยกฎหมาย [한국어/English]
    “ลุงแหวน ธานอส” นําเอกสารแจ้งความ สภ.เมืองขอนแก่น อ้างเอกสารวัดป่าอดุลฯ 4 ฉบับไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตั้งข้อสงสัยใบตราตั้งเจ้าอาวาสปี 2535 แต่ประกาศตั้งวัดปี 2541 ชี้ต้องการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง
  • 마티촌 (태국어) — ลุงแหวน แจ้งความวัดป่าอดุลยาราม จี้ตรวจสอบ 4 ข้อ ปมตั้งวัด-เจ้าอาวาส โดยมิชอบ [한국어/English]
    ลุงแหวน แจ้งความวัดป่าอดุลยาราม จี้ตรวจสอบ 4 ข้อ ปมตั้ง [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — แม่พาลูกสาวออทิสติก แจ้งความ รองนายก อบต.ล่วงละเมิด [한국어/English]
    วันนี้ (18 ก.ย.2569) แม่ของหญิงอายุ 20 ปี ซึ่งมีภาวะออทิสติก นําเอกสารผลตรวจครรภ์ และหลักฐานทางการแพทย์ เข้าแจ้งความที่ สภ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เพื่อขอให้ดําเนินคดีกับรองนายกองค์การบริหารส่วนตําบลแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อุทัยธานี แม่ของผู้เสียหาย ให้ข้อมูลว่า ขณะเกิดเหตุ ผู้ถูกกล่าวหาดํารงตําแหน่งผู้ใหญ่บ้าน และพักอาศัยอยู่บ้านใกล้กับครอบครัว จึงขอให้ช่วยรับ-ส่งลูกสาวไปโรงเรียน เนื่องจากลูกสาวของผู้ถูกกล่าวหาอยู่โรงเรียนเดียวกันกับลูกของตน ซึ่งรับส่งตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จนมาทราบว่าลูกสาวถูกล่วงละเมิดทางเพศและตั้งครรภ์ เมื่ออายุประมาณ 15 ปี หลังครอบครัวทราบเรื่อง ผู้ถูกกล่าวหาพยายามพูดคุย และเสนอเงินไกล่เกลี่ย เนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพล จึงยอมตกลงข้อเสนอ และพาลูกสาวไปอยู่กรุงเทพฯ ประมาณ 2 ปี เพื่อความปลอดภัย ก่อนจะกลับมาอยู่บ้านที่อุทัยธานีตามเดิม แต่ผู้ถูกกล่าวหา ยังพยายามกลับมาติดต่อกับลูกสาวและครอบครัวอีกครั้ง ทําให้กังวลเรื่องความปลอดภัย รองนายก อบต. รับทราบข้อกล่าวหา ปฏิเสธล่วงละเมิดเยาวชน ล่าสุด รองนายกองค์การบริหารส่วนตําบล ผู้ถูกกล่าวหา เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ลานสัก ตามหมายเรียก พร้อมให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่ามีความสัมพันธ์กับผู้เสียหายจริง อ้างว่าเป็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นโดยสมัครใจ ส่วนกรณีที่ครอบครัวกล่าวหาว่า มีการข่มขู่ ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะทําร้าย แต่ต้องการให้ครอบครัวเกิดความกลัว และยุติการติดต่อหรือพูดคุยกับบุคคลอื่นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว พร้อมยืนยันจะใช้สิทธิต่อสู้คดีตามกฎหมาย ด้าน ร.ต.ท.ดนุสรณ์ เสนชู พนักงานสอบสวน สภ.ลานสัก ระบุว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีอาญา ที่ไม่สามารถไกล่เกลี่ยหรือยอมความกันได้ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหากระทําชําเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ภายหลังการสอบปากคํา เจ้าหน้าที่จะนําตัวผู้ต้องหาไปเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจพิสูจน์ DNA ประกอบสํานวน ก่อนนําตัวไปขออํานาจศาลฝากขังตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป อ่านข่าว : กรมอุตุฯ เตือนฉบับที่ 8 ฝนหนักถึงหนักมาก 18-20 ก.ย. อันดามันคลื่นลมแรง นร.ฟิลิปปินส์ ยิงในโรงเรียนเสียชีวิต 2 คน ก่อนยิงตัวเอง "ธรรมนูญ" กางงานวิจัย โต้ EHIA "อ่างเก็บน้ําคลองวังโตนด"
  • 마티촌 (태국어) — ศาลไม่ให้ประกันตัวรองนายกอบต. ล่วงละเมิดสาวออทิสติกวัย 20 ปี ครอบครัวหวั่นถูกคุกคาม ขอคุ้มครองพยาน [한국어/English]
    ศาลไม่ให้ประกันตัวรองนายกอบต. ล่วงละเมิดสาวออทิสติกวัย [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — “พิพัฒน์” ลั่นไม่ให้เกิด “ค่าโง่” แหลมฉบังเฟส 3 หลังเอกชนเรียก 4 พันล้าน [한국어/English]
    วันนี้ (18 ก.ย.2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึง ความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 โดยเฉพาะงานถมทะเลบริเวณท่าเทียบเรือ F และการส่งมอบพื้นที่ให้เอกชน นายพิพัฒน์ ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งแก้ไขปัญหาทางเทคนิค ประเด็นสําคัญคือค่าความหนาแน่นสัมพัทธ์ (Relative Density) ของวัสดุถมใต้ระดับน้ํา ในพื้นที่ท่าเทียบเรือ F ซึ่งมีความแตกต่างกันใน 2 ส่วน ทําให้ต้องหาข้อสรุปด้านเทคนิคก่อนดําเนินการส่งมอบพื้นที่ "ขณะนี้ กทท.อยู่ระหว่างหารือร่วมกับบริษัทที่ปรึกษา ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา และผู้รับสัมปทาน เพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหา และทําให้ค่าความหนาแน่นของพื้นที่ทั้ง 2 ส่วนมีความเหมาะสม โดยให้ความสําคัญกับความปลอดภัย การที่ค่าความหนาแน่นมันไม่เท่ากันใน 2 ส่วน มันเป็นสิ่งที่เป็นเรื่องอันตรายมาก เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามให้ค่าความหนาแน่นทั้ง 2 ส่วน" นายพิพัฒน์ กล่าว เอกชนเรียกค่าเสียหาย 4 พันล้าน สั่งตรวจสอบต้นตอความผิดพลาด ส่วนกรณีที่ภาคเอกชนมีข้อเรียกร้องค่าเสียหาย และค่าชดเชยประมาณ 4,000 ล้านบาท นายพิพัฒน์ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการเจรจา โดยต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและต้นตอของปัญหาก่อนว่า ความเสียหายเกิดจากสาเหตุใด และฝ่ายใดเป็นผู้รับผิดชอบ ความเสียหายที่เกิดขึ้น แม้ว่ามิติไหนก็แล้วแต่ ต้องมีผู้ที่รับผิดชอบ นายพิพัฒน์ ระบุอีกว่า ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ตรวจสอบปัญหาโดยละเอียด และเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้ามาหารือ เพื่อหาข้อสรุปเรื่องความรับผิดชอบ รวมถึงแนวทางแก้ไขปัญหาและการส่งมอบพื้นที่ ให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อไปได้ สําหรับข้อกังวลว่าจะเกิดภาระค่าเสียหายกับภาครัฐ นายพิพัฒน์ ยืนยันว่า รัฐบาลจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ และไม่ต้องการให้เกิดภาระที่ไม่เหมาะสม ขณะเดียวกัน แม้จะมีปัญหาทางเทคนิค และข้อเรียกร้องจากเอกชน แต่กระทรวงคมนาคมยืนยันว่า โครงการแหลมฉบัง เฟส 3 ยังต้องเดินหน้าต่อ เพราะเป็นโครงการสําคัญต่อระบบการขนส่งและเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาแหลมฉบัง เฟส 3 และการปรับบทบาทท่าเรือคลองเตย จะต้องดําเนินการควบคู่กัน โดยฝั่งแหลมฉบัง ต้องเร่งหาข้อสรุปทางเทคนิคเพื่อให้สามารถส่งมอบพื้นที่และเดินหน้าโครงการ ขณะที่ฝั่งคลองเตย ยังต้องศึกษาความจําเป็นในการคงพื้นที่บางส่วน รวมถึงแผนรองรับและการดูแลชุมชน ก่อนกําหนดแนวทางที่ชัดเจน ส่วนนโยบายลดบทบาท ท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) กระทรวงคมนาคมมีเป้าหมายที่จะลดบทบาท การดําเนินงานของท่าเรือคลองเตย และมุ่งให้การบริหารจัดการด้านการขนส่งสินค้ารวมศูนย์ไปที่ท่าเรือแหลมฉบัง โดยมอบหมายให้กทท.ศึกษาความเป็นไปได้ นายพิพัฒน์ ยืนยันว่า หากผลการศึกษาพบว่าสามารถดําเนินการได้ ต้องการปิดการดําเนินงานท่าเรือกรุงเทพให้ได้ 100% เพื่อนําพื้นที่ไปพัฒนาในเชิงพาณิชย์ และสร้างรายได้ระยะยาวให้กับ กทท. ถ้าเราสามารถปิดได้ทั้งหมด 100% เราจะปิด แต่ถ้ามีความจําเป็นต้องคงไว้ซึ่งบางส่วน เราก็จะต้องทําการศึกษาว่า สิ่งที่ต้องคงไว้ มีความสําคัญขนาดไหน ที่ต้องเก็บไว้ในกรุงเทพมหานคร รอผลศึกษา คงพื้นที่บางส่วนรองรับสินค้าที่ต้องการความเร็ว อย่างไรก็ตาม การปิดท่าเรือคลองเตยทั้งหมด ยังต้องพิจารณาความจําเป็นในการคงพื้นที่บางส่วนไว้ โดยเฉพาะการรองรับสินค้าที่ต้องการความรวดเร็ว เช่น อาหารสดหรือผลไม้สด ซึ่งจะต้องศึกษาความเหมาะสมเป็นรายกรณี นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ มอบหมายให้ประธานบอร์ด กทท.และรักษาการผู้อํานวยการ กทท.ศึกษาย้อนกลับไปถึงเจตนารมณ์ดั้งเดิม ของการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบังว่า มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร รวมถึงบทบาทในการแบ่งเบาภาระของท่าเรือคลองเตย เพื่อใช้ประกอบการกําหนดแนวทางในอนาคต เรายังต้องยืนยันว่า เราอยากจะพัฒนาท่าเรือกรุงเทพ โดยเฉพาะที่คลองเตย ถ้าเราสามารถปิดได้ทั้งหมด 100% เราจะปิด แต่ถ้ามีความจําเป็นต้องคงไว้ซึ่งบางส่วน เราก็จะต้องทําการศึกษาว่าสิ่งที่ต้องคงไว้มีความสําคัญขนาดไหน นายพิพัฒน์ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถกําหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนได้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน โดยเฉพาะการบริหารจัดการ 26 ชุมชนรอบท่าเรือกรุงเทพ เบื้องต้น หากต้องมีการย้ายชุมชน การท่าเรือฯ จะต้องจัดสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ เพื่อทดแทนพื้นที่เดิม และต้องทยอยดําเนินการเป็นระยะ เนื่องจากต้องใช้เวลาในการก่อสร้างและเคลื่อนย้ายประชาชน นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ต้องการเห็นภาพของนโยบายนี้ มีความชัดเจนภายในรัฐบาลปัจจุบัน ขณะที่การดําเนินการจนเห็นผลสําเร็จ อาจเกิดขึ้นในรัฐบาลปัจจุบันหรือรัฐบาลถัดไป ขึ้นอยู่กับกรอบเวลาที่เหมาะสม อ่านข่าว : “สรรเพชญ” ขีดเส้น 60 วัน แก้ปม “สเปกถมทราย” ท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 ให้จบ “พิพัฒน์” ยืนยัน “แอร์พอร์ต เรล ลิงก์” ไม่หยุดให้บริการ แม้ “ซี.พี.” ขอยุติสัญญา คมนาคมสั่งแก้ "จุดเสี่ยง-คอขวด" ห้วยยอด จ.ตรัง ขยายไหล่ทางลดอุบัติเหตุซ้ําซาก
3주요
태국기타최종 63.2
근거 출처 5개 보기
  • 마티촌 (태국어) — สภานนทบุรี ผ่านงบด่วน ติดวงจรปิด ห้องเก็บบัตรเลือกตั้งนายกอบจ. เฝ้า 24 ชม. 1 ปีเต็ม! [한국어/English]
    สภา อบจ.นนทบุรี ผ่านงบด่วนติดกล้องวงจรปิด ห้องเก็บบัตรเ [...]
  • 타이라트 (태국어) — กกต. ตรวจความพร้อมเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี คาดทราบผลไม่ทางการ ไม่เกิน 3 ทุ่ม [한국어/English]
    “ณรงค์” กกต. ตรวจความพร้อมก่อนเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี อาทิตย์ที่ 20 ก.ย.นี้ คาดมีผู้ใช้สิทธิมากกว่าเดิม กําชับอํานวยความสะดวกคนใช้สิทธิ เตือนอาจจะมีฝนตก คาดทราบผลไม่เป็นทางการไม่เกิน 3 ทุ่ม
  • 마티촌 (태국어) — ซื้อรถมือสอง เจอหลอกขายรถติดไฟแนนซ์ จ่ายสด 1.18 ล้าน สุดท้ายโดนยึด – เต็นท์อ้างขาดสภาพคล่อง [한국어/English]
    ผู้เสียหายเข้าร้องเพจสายไหมต้องรอด แฉขบวนการ “แก๊ [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — นนทบุรีพร้อมเลือกตั้ง เตรียมศูนย์รวมผลคะแนน "นายก อบจ." 20 ก.ย.นี้ [한국어/English]
    วันนี้ (18 ก.ย.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามกีฬาจังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่จัดเตรียมสถานที่ภายในอาคาร สําหรับจัดตั้ง "ศูนย์รวมผลการเลือกตั้ง "นายก อบจ.นนทบุรี" เพื่อรองรับการนับคะแนน ในวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย.นี้ ตลอดทั้งวันเจ้าหน้าที่ทยอยขนโต๊ะ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และจัดพื้นที่ภายในอาคาร พร้อมติดตั้งจอ LED ขนาดใหญ่สําหรับรายงานผลคะแนนแบบเรียลไทม์ หลังปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 17.00 น. ขณะที่ภายในอาคารมีการแบ่งพื้นที่สําหรับรับหีบบัตร และผลคะแนนดิบจากกรรมการประจําหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งจะนําส่งจากหน่วยเลือกตั้งมายังศูนย์รวมตามขั้นตอน นอกจากนี้ ยังจัดพื้นที่สําหรับสื่อมวลชนเพื่อสังเกตการณ์ และติดตามการรายงานผลคะแนนด้วย การเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี มีหน่วยเลือกตั้งใน 6 อําเภอ ได้แก่ อําเภอเมืองนนทบุรี, บางบัวทอง, ปากเกร็ด, บางใหญ่, บางกรวย และไทรน้อย โดยมีหน่วยเลือกตั้งรวม 1,450 หน่วย และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,075,320 คน แบ่งเป็นชาย 480,661 คน และหญิง 594,659 คน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถออกไปใช้สิทธิได้ในวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย.2569 ตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีชื่ออยู่ โดย กกต.นนทบุรี ประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิตรวจสอบข้อมูลการเลือกตั้งและหน่วยเลือกตั้งของตนเองก่อนวันลงคะแนน ส่วนผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ สามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง หรือภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง ตามหลักเกณฑ์ของ กกต. ดังนั้น สําหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ช่วงแจ้งเหตุก่อนวันเลือกตั้งคือวันที่ 13–19 ก.ย. และหลังวันเลือกตั้งคือวันที่ 21–27 ก.ย.2569 สําหรับการเลือกตั้งนายก อบจ. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องไปใช้สิทธิ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ตนมีชื่ออยู่ในวันเลือกตั้งเท่านั้น ไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าและไม่มีการเลือกตั้งนอกเขต อ่านข่าว : รฟท.จ่อเซ็น MOU ใหม่ "แอร์พอร์ต เรล ลิงก์" สัปดาห์หน้า วางหลักประกัน 533 ล้านบาท คมเฉือนใคร “เดชรัต-นฤพนธ์” ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี โค้งสุดท้าย เมื่อการล่วงละเมิดออนไลน์ สร้างบาดแผลฝังลึกในจิตใจ
  • webmaster@thaipbs.or.th — คมเฉือนใคร “เดชรัต-นฤพนธ์” ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี โค้งสุดท้าย [한국어/English]
    หากเปรียบ “ศึกเลือกตั้ง” การเมืองท้องถิ่น จ.นนทบุรี หลังสิ้น พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2569 เป็นสนามมวย มี 2 ค่ายใหญ่ที่ส่งยอดนักมวย “คู่เอก” ขึ้นชกเพื่อชิงแชมป์ “คนใหม่” โดย “ค่ายส้ม” ปชน. ดัน ต้น “เดชรัต สุขกําเนิด” ลงนวมปะทะ ตี๋ “นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ” ค่ายผึ้งหลวง ทั้งคู่มีต้นทุนทางการเมืองต่างกัน แต่เป้าหมายเดียวกันคือ การเข้าเส้นชัยในตําแหน่ง “นายก อบจ.นนทบุรี” ในวันที่ 20 ก.ย.นี้ การเปิดตัว “เดชรัต” พรรคประชาชน ท้าชน “นฤพนธ์” กลุ่มผึ้งหลวง ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะทั้ง 2 ต. คือ “ต้น -เดชรัต” และ “ตี๋-นฤพนธ์” เป็นชาวนนทบุรีโดยกําเนิด ต่างเพียง “ต้น-เดชรัต” มีเส้นทางเติบโตจากนักวิชาการ ก่อนจะผันตัวเป็น “มันสมอง” ด้านนโยบายสาธารณะให้ค่ายส้ม และเน้นแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเมืองนนท์ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ส่งเสริม SME ขณะที่มือใหม่การเมือง “ตี๋-นฤพนธ์” เติบโตจากเส้นทางวิศวกรสู่ผู้บริหารเอกชน เข้ามาสานต่อภารกิจของ “ลุง” พ.ต.อ.ธงชัย โดยประกาศใช้นโยบาย 5 ธง ชูนโยบายเด่น ยกระดับคุณภาพชีวิตคนนนทบุรี เน้นด้านการศึกษา เดินหน้าศูนย์สาธารณสุขครบวงจร และเศรษฐกิจฐานราก ศึกในสนามเลือกตั้งวันที่ 20 ก.ย.2569 แม้จะมีผู้ประกาศ “ชิงชัย” ลงรับสมัครเลือกตั้งในตําแหน่ง นายก อบจ.นนทบุรี ถึง 6 คนประกอบด้วย หมายเลข 1 นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หมายเลข 2 พลเอก นิพนธ์ สีตบุตร หมายเลข 3 ชุติพนธ์ ปิ่นมณี หมายเลข 4 เดชรัต สุขกําเนิด หมายเลข 5 ว่าที่ร้อยตรี นนทพันธ์ ปพัฒน์พรเจริญ และหมายเลข 6 ธามม์ พักตร์บวร แต่ “ตัวเต็ง” มีแค่ 2 คน ผลสํารวจนิดาโพล “เลือกตั้งนายก อบจ. นนทบุรี ตอนนี้ใครนํา” เมื่อต้นเดือน ก.ย.2569 ระบุ ร้อยละ 37.27 เป็น นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ (กลุ่มผึ้งหลวง) รองลงมา ร้อยละ 27.55 ระบุ เดชรัต สุขกําเนิด (พรรคประชาชน) ขณะที่ ร้อยละ 22.73 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจใด ๆ และ2.45 ระบุว่า ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) ระยะเวลาหาเสียงประมาณ 1 เดือน นับจากเปิดตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง ทั้ง “เดชรัต” และ “นฤพนธ์” ต่างลงพื้นที่ต่อเนื่อง นอกจากขึ้นรถแห่ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงใน 6 อําเภอ คือ อําเภอเมืองนนทบุรี, ปากเกร็ด, บางบัวทอง, บางใหญ่, บางกรวย, ไทรน้อยแล้ว การเปิดวอร์หาคะแนนในโลกโซเชียลฯก็ “ขยับไว” ไม่แพ้กัน ทีมผึ้งหลวงปรับกลยุทธ์รุกคืบทุกแพลตฟอร์ม ถือเป็นของ “มีคม” ด้วยกันทั้งคู่ แต่ใครจะเฉือนใคร กองเชียร์คงต้องรอลุ้น โค้งสุดท้ายเหลือเวลาอีก 2 วัน “ค่ายส้ม” ขนขบวน CONVOY ส่ง “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคฯ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อม “เจี๊ยบ” อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล และนักการเมืองพรรค ปชน.อีกคับคั่ง ใช้รถวิ่งรอบเมืองนนทบุรี ขณะที่ “ผึ้งหลวง” 2 พี่น้องตระกูลเย็นประเสริฐ ตี๋ “นฤพนธ์” และ “ยุ้ย” พรรษพร ผนึกกําลังวิ่งรอกหาเสียงด้วยขบวนรถแห่ทุกจุดทุกอําเภอด้วยเช่นกัน การชิงชัยเก้าอี้ นายกฯ อบจ.เมืองนนทบุรี ครั้งนี้ หากส่องกลยุทธ์การเข้าถึงคะแนน ทั้งสองฝ่าย ซึ่งมีฐานเสียงสนับสนุนในแต่ละพื้นที่ บางเขตอาจต้องอุดช่องโหว่ และเปิดพื้นที่เรียกคะแนนกลุ่มรุ่นใหม่ และหากใครมีฐานคะแนนเดิม ก็ต้องรักษาไว้ให้ได้ เพื่อไม่ให้เกิดรูรั่ว ส่วนฝ่ายใดจะได้หรือเสียเปรียบ ก็ขึ้นอยู่กับ “ความขยันและความต่อเนื่อง” รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจําภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ประเมินโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง นายก.อบต.นนทบุรี ว่า การลงสมัครของ “นฤพนธ์” ตัวแทนกลุ่มผึ้งหลวง และ “เดชรัต” พรรคประชาชน อยู่ในภาวะที่ไม่ใช่การเลือกตั้งปกติ บรรยากาศและความสนใจทางการเมืองของประชาชน ไม่ได้มีความตื่นตัวเท่าที่ควร อีกทั้งมีคดีฮั้ว สว.เกิดขึ้น จึงทําให้กลบกระแสการเลือกตั้งท้องถิ่นไปโดยปริยาย “การเปิดตัวของพรรคส้ม แม้อาจารย์เดชรัต จะมีนโยบายเรื่องการปกครองท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง แต่การสร้างความเชื่อมั่น หรือสร้างกระแสจากนโยบาย ไม่ได้ก่อตัวมาก่อนหน้านี้ แม้จะมีจุดยืนมาก่อนก็ตาม แต่การทํางานในระดับท้องถิ่นจะต้องมีความไว้วางใจ และสร้างเชื่อมั่นค่อนข้างเยอะ แม้ผู้สมัครของพรรคส้ม จะถือว่าเป็นระดับมันสมองของพรรค มีความรู้เรื่องกระจายอํานาจ และทํานโยบายมาอย่างต่อเนื่อง แต่การเมืองท้องถิ่นต้องอาศัยระยะเวลา” รศ.ดร.โอฬาร วิเคราะห์ว่า อาจารย์เดชรัต แม้จะเป็นคนนนทบุรี แต่ความต่อเนื่องทางการเมืองในระดับพื้นที่ สู้กลุ่มผึ้งหลวง ซึ่งมีเครือข่ายอํานาจสําคัญ ตั้งแต่ระดับ อบจ. เทศบาล และ อบต.ที่ยึดโยงกับกลุ่มการเมืองท้องถิ่นใน จ.นนทบุรี ไม่ได้แน่นอน “แม้การเลือกตั้งในสนามระดับชาติ พรรคประชาชนจะกวาดสส.นนทบุรี ได้ยกจังหวัด แต่ต้องไม่ลืมว่ากระแสมันพร้อมกับการเลือกตั้งระดับชาติ ขณะที่การเมืองท้องถิ่น ตั้งอยู่บนแนวคิดเครือข่ายอํานาจ ซึ่งพรรคส้มมีจุดอ่อนและมีข้อเสียเปรียบ ...ประเมินว่า กลุ่มผึ้งหลวง น่าจะมีโอกาสจะมีชัยในการเลือกตั้งครั้งนี้” ส่วนการเสียงช่วงโค้งสุดท้ายของพรรคประชาชน จะทําให้คะแนนของผู้สมัครฯ กลับมาตีตื้นได้หรือไม่นั้น รศ.ดร.โอฬาร มองว่า ต้องใช้ระยะเวลา หากก่อนหน้านี้ ดร.เดชรัต เปิดตัวและทํางานต่อเนื่องคู่ขนานไปกับกระแสพรรค จุดยืนพรรคและทํางานคู่กับสส.ในพื้นที่ได้ก็อาจมีผล “แต่ครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งซ่อม แม้อาจารย์เดชรัต จะเป็นที่รู้จักของชนชั้นกลางในระดับหนึ่ง และจ.นนทบุรี จะเป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชนชั้นกลางก็จริง ก็ต้องไม่ลืมว่า เขตพื้นที่รอบนอกยังเป็นชนบท มีความสัมพันธ์แบบท้องถิ่น ซึ่งพรรคประชาชนยังเข้าไม่ถึง ...ดังนั้นโอกาสที่พลิก จึงแทบจะไม่มี” ในฐานะที่ทํางานวิจัยเรื่องการเมืองท้องถิ่น รศ.ดร.ดร.โอฬาร บอกว่า การเมืองท้องถิ่นมีความละเอียดอ่อน และค่อนข้างซับซ้อน ต้องใช้เวลาพอสมควร และจากการส่งผู้สมัครฯ ของพรรคส้มในหลาย ๆ พื้นที่จะเห็นว่า เขาไม่เคยถอดบทเรียนเรื่องดังกล่าว เพราะการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น การมีเพียงนโยบาย หลักคิด กระแส จุดยืนและ สส.ยังไม่พอ ที่สําคัญมากคือการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เกาะติดพื้นที่ต่อเนื่อง เพื่อสร้างเครือข่าย ซึ่งพรรคส้มไม่มี จากวิจัยพบว่า มี 2 เรื่องคือ ในการเลือกตั้งระดับชาติจะมีนโยบาย มีกระแส มีการเคลื่อนไหวในภาพรวม การเลือกตั้งล่วงหน้า การเลือกตั้งนอกเขต แต่สําหรับการเมืองท้องถิ่น มีความใกล้ชิดและระบบแยกเฉพาะคลุมเครือข่ายไว้ทั้งหมด ซึ่งเกิดขึ้นในหลายจังหวัด เช่น ชลบุรี ระยอง สมุทรปราการ และนนทบุรี ซึ่งเป็นลักษณะของจังหวัดที่มีความเป็นเมือง ขณะที่การเมืองระดับชาติเป็นอย่างหนึ่ง “จริง ๆ อาจารย์เดชรัต หากครั้งนี้ถ้าแพ้ไม่เป็นไร แต่ต้องทํางานต่อเนื่อง ประกาศให้ชัดว่า แพ้ครั้งนี้เป็นการเปิดตัว แต่ระยะยาวจะสร้างนโยบาย เครือข่ายในมิติทํางานท้องถิ่นอย่างไรที่จะทําให้พรรคประชาชนชนะ แต่จุดอ่อนของเขา คือแพ้ปุ๊บหยุดปั๊บ ทั้ง ๆ ที่แพ้แล้วมันหยุดไม่ได้ ยังต้องทํางานต่อเนื่อง โดยเอาคะแนนที่เป็นฐานจริง ๆ มาดูว่า หากลงขนาดนี้แล้ว จะต่อยอดอย่างไรในอีก 4 ปีข้างหน้า” สําหรับกลุ่มผึ้งหลวงนั้น นักวิชาการคนเดิมมองว่า การมีเอกภาพหนึ่งเดียวภายในกลุ่ม คือความได้เปรียบ แม้ตัว พ.ต.อ.ธงชัย อดีตนายก อบจ. จะเสียชีวิตไป แต่ศักยภาพของเครือข่ายมีความสําคัญมาก แม้ “นฤพนธ์” จะเป็นมือใหม่ทางการเมือง ไม่รู้การเมืองท้องถิ่น ไม่ได้อยู่กับนโยบายการเมืองท้องถิ่นแบบอาจารย์เดชรัต แต่เนื่องจาก “พ.ต.อ.ธงชัย” ซึ่งเป็น “ลุง” ถือว่าเป็นผู้ที่มี “ต้นทุน” ทางสังคมที่ดีมาก และกลุ่มผึ้งหลวงก็ที่มีเครือข่ายและความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประชาชน จึงเป็นฐานเสียงสนับสนุนให้ “หลานชาย”เข้ามาให้ทํางานต่อได้ แม้สนามเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี จะเป็นเวทีเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น แต่ถือเป็นเขตชนบทที่ประชิดติดเมืองหลวง ที่ยังมีรากลึก “คมเฉือนใคร” ในความสัมพันธ์ที่คนเมืองยากจะเข้าใจ ...รักใคร-เลือกใคร ก็อย่าลืมเข้าคูหาไปใช้สิทธิ อ่านข่าว "บาลานซ์อํานาจ" ศึกเมืองนนท์ ผึ้งหลวง ส่ง "นฤพนธ์" ชน "เดชรัต" ค่ายส้ม นายกฯ ไฟเขียวไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2 รอ "เอกนิติ" แถลง เมื่อการล่วงละเมิดออนไลน์ สร้างบาดแผลฝังลึกในจิตใจ
4주요
태국기타최종 60.8
근거 출처 2개 보기
  • 타이라트 (태국어) — กมธ.การต่างประเทศ สภาฯ ลงพื้นที่พัทยา ตรวจปัญหา “นอมินี” [한국어/English]
    กมธ.การต่างประเทศ สภาฯ ลงพื้นที่พัทยา ตรวจปัญหา “นอมินี” พบพาณิชย์จดทะเบียนมากกว่า 6 พันบริษัทต่อเดือน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเพียงแค่ 6 คน ชงแก้กฎหมาย เพิ่มโทษธุรกิจต่างชาติผิดกฎหมาย
  • webmaster@thaipbs.or.th — สธ.ชี้ภาพ "ลิซ่า" ดื่มแอลกอฮอล์ในรายการต่างประเทศ ไม่เข้าข่ายโฆษณา [한국어/English]
    กรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ภาพ "ลิซ่า" หรือ น.ส.ลลิษา มโนบาล ศิลปินชาวไทย ขณะออกรายการในต่างประเทศ และมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยี่ห้อของไทยปรากฏอยู่ด้วยนั้น วันนี้ (18 ก.ย.2569) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กรณีนี้เกิดขึ้นในต่างประเทศ และไม่ได้มีการนํารายการดังกล่าวมาออกอากาศในประเทศไทย โดยการพิจารณาข้อกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะพิจารณาจากพฤติการณ์และเจตนาเป็นหลัก ซึ่งกรณีนี้มองว่าเป็นการกระทําส่วนตัว และไม่มีเจตนาเพื่อโฆษณาสินค้า รมว.สธ. ระบุว่า กฎหมายไทยไม่ได้ห้ามการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่กํากับในเรื่องการโฆษณา โดยการเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ในประเทศไทย หากมีการเบลอชื่อผลิตภัณฑ์และตราสัญลักษณ์ ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนกรณีครีเอเตอร์นําสูตรเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปทําคอนเทนต์ โดยไม่แสดงยี่ห้อนั้น ต้องพิจารณาเนื้อหาและเจตนาเป็นรายกรณี แต่หากมีการแสดงยี่ห้ออย่างชัดเจน หรือเชื่อมโยงไปยังช่องทางซื้อขาย เช่น ตะกร้าสินค้าออนไลน์ อาจเข้าข่ายมีเจตนาเพื่อการค้า จึงขอให้ผู้ผลิตและผู้เผยแพร่เนื้อหาระมัดระวัง สําหรับข้อเสนอแก้ไขกฎหมาย รมว.สธ. ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ยังคงบังคับใช้ตามกฎหมายที่มีอยู่ ส่วนการปรับแก้ในอนาคตต้องพิจารณาข้อดีและข้อเสียอย่างรอบคอบ นายพัฒนา ระบุอีกว่า หน่วยงานมองว่าไม่ควรนํากรณีดังกล่าว ไปขยายเป็นประเด็นดรามา เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นในต่างประเทศ และที่ได้รับความสนใจในไทย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ที่ปรากฏในเหตุการณ์เป็นศิลปินชาวไทย อ่านข่าว ทําไมทีวีอเมริกาเห็นขวดเหล้าได้ ? เจาะลึกกฎเกณฑ์ควบคุมแอลกอฮอล์ในสื่อสหรัฐฯ "เอกนิติ-สคร." ประสานเสียงปฏิเสธควบรวม "ไทยพีบีเอส-อสมท." มติ กพช. ลดค่า Ft งวด ก.ย.-ธ.ค.69 รับซื้อไฟโซลาร์ 2.20 บาท/หน่วย
5참고
태국기타최종 59.9
근거 출처 2개 보기
  • 마티촌 (태국어) — ทลาย2บ่อนใหญ่กลางเมืองเชียงใหม่ รวบนักพนัน กว่า100 ราย ยึดเงินสด-ชิปรวมกว่า2ล้าน [한국어/English]
    พลพีร์ แถลงผลปฏิบัติการ ปราบเซียนนครพิงค์ บุกทลาย 2 บ่อ [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — กรมการปกครองบุกค้นบ่อนพนัน 2 แห่ง กลางเมืองเชียงใหม่ [한국어/English]
    วันนี้ (18 ก.ย.2569) เวลา 20.00น เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ "ปราบเซียนนครพิงค์" เข้าตรวจค้นบ่อนการพนัน 2 แห่งในพื้นที่ อ.เมืองจังหวัดเชียงใหม่ จุดแรกที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง DOPA S.W.A.T พร้อมด้วยสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เข้าตรวจสอบอาคารสูง 6 ชั้น ในพื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ บริเวณด้านล่างเปิดเป็นบ่อนการพนัน จากการตรวจสอบพบภายในบ่อน ได้จัดให้มีการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบด้วยโต๊ะขนาดใหญ่จํานวน 2 โต๊ะ แยกออกเป็นไฮโล โต๊ะบาคาร่า ตู้ปลาอีกจํานวน 1 เครื่อง และเงินสดจํานวนหนึ่ง อีกจุดคือบริเวณศูนย์อาหารแห่งหนึ่ง ถนนศรีปิงเมือง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พบภายในเปิดให้เล่นการพนันน้ําเต้าปูปลา หรือมะโขกโหลก ตามภาษาท้องถิ่น เบื้องต้น นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย พร้อมด้วย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง จะเดินทางมาตรวจสอบและสอบสวนด้วย อ่านข่าว : ศกพ. อัปเดตฝุ่น PM 2.5 ภาคใต้ ทุกสถานีอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เฝ้าระวังหมอกควันข้ามแดน แม่พาลูกสาวออทิสติก แจ้งความ รองนายก อบต.ล่วงละเมิด ตบสาวไทย อัด ไชนิส ไทเป 3 เซตรวด ซิวแชมป์กลุ่มไร้พ่าย
6참고
태국기타최종 59.9
근거 출처 2개 보기
7참고
태국기타최종 59.9
근거 출처 3개 보기
  • 타이라트 (태국어) — ฝนถล่มต่อเนื่อง ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนน้ําท่วมหลายจังหวัด ภาคเหนือ-ภาคใต้ [한국어/English]
    ปภ. ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนฝนตกหนักในหลายจังหวัดภาคเหนือ - ภาคใต้ ระดับน้ําแม่น้ํามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง เตือน ปชช. ยกของขึ้นที่สูง เฝ้าระวังน้ําท่วมฉับพลัน น้ําป่าไหลหลาก ดินถล่ม
  • 타이라트 (태국어) — กรมอุตุฯ เตือนฉบับที่ 8 เช็กจังหวัดเสี่ยงฝนตกหนัก เฝ้าระวังน้ําท่วม น้ําป่าหลาก [한국어/English]
    กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับที่ 8 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย เช็กรายชื่อจังหวัดได้รับผลกระทบช่วง 18 -20 ก.ย. เฝ้าระวังน้ําท่วมฉับพลัน น้ําป่าไหลหลาก
  • webmaster@thaipbs.or.th — กรมอุตุฯ เตือนฉบับที่ 8 ฝนหนักถึงหนักมาก 18-20 ก.ย. อันดามันคลื่นลมแรง [한국어/English]
    วันนี้ (18 ก.ย.2569) กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 8 เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน โดยระบุว่า ในช่วงวันที่ 18-20 ก.ย.2569 ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคใต้ ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ กําลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทย ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทําให้เกิดน้ําท่วมฉับพลันและน้ําป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ําไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทาง ผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ําท่วมซ้ําซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ํา ซึ่งอาจเกิดน้ําท่วมขังในระยะสั้นได้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน มีกําลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร สําหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณ ที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 18-20 ก.ย.2569 ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง อ่านข่าว : นนทบุรีพร้อมเลือกตั้ง เตรียมศูนย์รวมผลคะแนน "นายก อบจ." 20 ก.ย.นี้ ลอบบึ้ม-ซุ่มยิง รถ อส.อําเภอสุคิริน จ.นราธิวาส - เจ็บ 16 เสียชีวิต 2 ปรับเกณฑ์ปล่อยกู้กยศ. เน้นสาขาที่รัฐส่งเสริม แก้ปัญหาเด็กจบใหม่ตกงาน
8관찰
태국기타최종 59.9
근거 출처 5개 보기
9관찰
태국기타최종 58.0
근거 출처 2개 보기