TODAY, TOP 10 HOT NEWS

2026-09-07 · 최근 업데이트 · 2026-09-07T08:02:56.465326+09:00 생성

Archive timelineLatest 날짜가 노란색으로 강조됩니다
1위 핵심 이슈2–4위 주요 이슈5–7위 참고 이슈8–10위 관찰 이슈
1핵심
태국기타최종 62.4
근거 출처 5개 보기
  • 마티촌 (태국어) — อนุทิน สู้ศึกงบ70 ถกรมต.-ส.ส.ภท.รับฝ่ายค้านป่วน สกัดใช้เวทีถลก’เอไอ-โกงสอบ’
    อนุทิน สู้ศึกงบ70 ถกรมต.-ส.ส.ภท.รับฝ่ายค้านป่วน สกัดใช้ [...]
  • 마티촌 (태국어) — อนุทิน เชื่อส.ส.รู้หน้าที่ ไม่ต้องกําชับลูกพรรคถกงบ70 บอกจะรู้ได้อย่างไรฝ่ายค้านถามนอกประเด็นหรือไม่
    อนุทิน เชื่อส.ส.รู้หน้าที่ ไม่ต้องกําชับลูกพรรคถกงบ70 บอ [...]
  • 마티촌 (태국어) — อนุทิน หัวโต๊ะ ร่วมประชุมพรรคภูมิใจไทย รับมือฝ่ายค้านซักฟอกงบ จับตาใช้เวทีซ้อมไม่ไว้วางใจ
    อนุทิน หัวโต๊ะ ร่วมประชุมพรรคภูมิใจไทย รับมือฝ่ายค้านซั [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — "นายกฯ" ไม่กังวลเวทีงบฯ 70 เมินโต้ "ศิริกัญญา" ปมรายการคุยกับ ครม.อนุทิน
    วันนี้ (6 ก.ย.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีการเตรียมความพร้อม สําหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ระหว่างวันที่ 7-9 ก.ย.นี้ โดยยืนยันว่า ไม่ได้มีความกังวลใจแต่อย่างใด หากพรรคฝ่ายค้าน จะใช้เวทีการอภิปรายงบประมาณในครั้งนี้เป็นการซักซ้อมการซักฟอกรัฐบาล พร้อมกันนี้ นายกฯ ชี้แจงถึงกรณีการเลื่อนกําหนดการ ดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาล ณ บ้านพักย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ ออกไปก่อน ว่ามีสาเหตุมาจากภารกิจสําคัญเร่งด่วนระดับประเทศ ในการเป็นตัวแทนรัฐบาลไทย เดินทางไปร่วมถวายความเคารพพระบรมศพ สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ ซึ่งเป็นภารกิจทางการไมตรีระหว่างประเทศ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุผลทางการเมืองภายในแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม นายกฯ ปฏิเสธที่จะตอบคําถามกรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งคําถามเชิงเปรียบเปรยว่าการจัดรายการ "คุยกับ ครม.อนุทิน" ผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐ เป็นเพราะคะแนนนิยมของรัฐบาลกําลังตกต่ําลงหรือไม่ ทั้งนี้ นายอนุทินมีภารกิจเดินทางเยือนต่างประเทศ อย่างต่อเนื่องตลอดเดือน ก.ย. ได้แก่ นอร์เวย์ ในวันที่ 7 ก.ย. จากนั้นเดินทางไปเวียดนาม ระหว่างวันที่ 14-16 ก.ย. และปิดท้ายด้วยการเดินทางเยือนสหรัฐฯ และ อังกฤษ ระหว่างวันที่ 20-27 ก.ย.นี้ ภูมิใจไทยนัดติวเข้ม สยบข้อกล่าวหาดึงเกมป้อง กกต. ในส่วนของการเตรียมความพร้อมฝั่งพรรคภูมิใจไทย มีรายงานว่า นัดหมายประชุม สส. รัฐมนตรี รวมถึงแกนนําและสมาชิกพรรคในวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย.นี้ เพื่อกําชับบทบาทและการเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจําปี 2570 รวมถึงการเตรียมข้อมูลสําหรับการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 8 ก.ย. โดยนายกรัฐมนตรียืนยันว่า สส. และ รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถทั้งในบทบาทฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อสยบข้อสังเกตจากฝ่ายการเมืองที่มองว่า การประชุมสภาฯ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความพยายามดึงเกมและซื้อเวลา ในการพิจารณาญัตติเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกิดการอภิปรายเจาะลึกปมข้อสงสัย เรื่องการฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และเป็นการปกป้องการทํางานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) "ศุภชัย" ลบโพสต์ธรรมะ หลัง "รักชนก" สวนเดือดปมฮั้ว สว. ขณะเดียวกัน ประเด็นสงครามบนโลกออนไลน์ระหว่าง นายศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรคภูมิใจไทย และ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ยังคงทวีความร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง เริ่มจาก นายศุภชัยโพสต์ข้อความคติธรรมผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุ "มุสาวาทาเป็นทางแห่งอกุศล หากประกอบด้วยเจตนาร้ายและก่อความเสียหายหนัก ย่อมมีวิบากหนัก และสามารถเป็นเหตุให้นําไปสู่อบายภูมิได้" ทันทีที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป น.ส.รักชนก เข้าไปคอมเมนต์และแชร์โพสต์ดังกล่าว พร้อมระบุข้อความตอบโต้อย่างดุเดือดว่า หากเป็นเช่นนั้น สส.พรรคภูมิใจไทย คงต้องลงนรกขุมที่ลึกที่สุดทั้งพรรค เนื่องจากออกมาปฏิเสธเรื่องการฮั้วเลือก สว. ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์กรณีการนําความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาบังหน้าเพื่อดึงเวลาสภาฯ ไม่ให้มีการอภิปรายตรวจสอบ กกต. ในเวลาต่อมา นายศุภชัย ลบโพสต์คติธรรมดังกล่าว ออกจากเฟซบุ๊กส่วนตัวในที่สุด อ่านข่าว : "กัน จอมพลัง" ยิ้มรับ "ทนายตั้ม" คัฟเวอร์แต่ง SWAT จ่อยื่น DSI ปมโควตาสลากคนพิการ สพป.กาฬสินธุ์ สั่งย้ายครูตีเด็ก ป.5 หลังช้ําบวม 11 คน เหตุไม่ส่งการบ้าน อุทาหรณ์ลืมใส่เกียร์ P รถหรูไฟฟ้าไหลข้ามถนนพุ่งตกคลอง อ.บางพลี
  • webmaster@thaipbs.or.th — "ปกรณ์" ประเดิมเทปแรก "คุยกับ ครม.อนุทิน" จ่อปรับระบบราชการลดรายจ่ายประจํา
    วันนี้ (5 ก.ย.2569) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "คุยกับ ครม.อนุทิน" เทปแรก กล่าวถึงแนวทางการปรับระบบราชการ ว่า ไม่อยากใช้คําว่า "ปฏิรูประบบราชการ" แต่เปลี่ยนเป็น "การพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ" เนื่องจากกระบวนการปฏิรูประบบราชการแต่ละครั้งเป็นภาพจําของความล้มเหลว มีเพียงการตั้งคณะกรรมการ คณะทํางาน การศึกษาวิจัย มีแต่นโยบายแนวทาง แต่ไม่ลงมือทํา นายปกรณ์ ชี้ว่า ปัจจุบันงบประมาณรายจ่ายประจําเพิ่มสูงถึง 73% จากงบประมาณทั้งประเทศ มีงบลงทุนเพียง 20% ที่เหลือเป็นงบใช้หนี้ หากสามารถปรับลดงบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงบประจําลง และนํามาใช้ในการพัฒนาประเทศมากขึ้น ประเทศจะไปได้ดีกว่านี้หรือไม่ นี่คือสิ่งที่ทุกรัฐบาลคิดมาตลอด แต่ยังไม่มีการลงมือทํา ขณะเดียวกันหากไม่พัฒนาประสิทธิภาพของระบบราชการ ก็จะไม่มีเงินเหลือเพียงพอที่จะพัฒนาประเทศในด้านอื่น ขณะที่ประเทศคู่แข่งหรือประเทศเพื่อนบ้านมีการพัฒนาปรับเปลี่ยนโครงสร้างของระบบราชการ ปรับเปลี่ยนวิธีการทํางานของภาครัฐ จากการเป็นรัฐที่ควบคุมจํากัด กลายเป็นรัฐที่อํานวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจของภาคเอกชน เพราะฉะนั้นขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยจะน้อยลงไปเรื่อย ๆ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น นายปกรณ์ มองว่า มีอยู่ 3-4 ส่วน คือ การลดอัตรากําลัง รีดไขมันออก ขณะนี้มีเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยทํางานได้แล้ว งานบางอย่างอาจไม่จําเป็นต้องใช้คนจํานวนมากเหมือนเมื่อก่อน เช่นเดียวกับภาคเอกชนประเทศจีน มีการเดินหน้าใช้ AI ทดแทนแรงงานและสร้างงานใหม่ให้กับกลุ่มคนที่ออกไป เพื่อสร้างรายได้ใหม่ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว จึงทําให้เห็นว่าไทยต้องเปลี่ยน ก่อนที่จะตามใครไม่ทัน ส่วนที่ 2 คือกระบวนการทํางานของภาครัฐ ต้องลดขั้นตอนซ้ําซ้อน ไม่ใช่เพียงแต่ลดคน และต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางานให้เทียบเท่าเดิม เพื่อทดแทนสิ่งที่หายไป ผลที่จะได้คือจะใช้งบประมาณในส่วนรายจ่ายประจําน้อยลง และจะมีงบในการพัฒนาประเทศจาก 20% สู่ 30% และใช้เตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติได้ด้วย เรามีการวางโครงสร้างเรื่องการพัฒนาระบบราชการมาอย่างยาวนาน แต่กลับยังไม่ได้รับการพัฒนา สิ่งที่ขาดหายไปคือการลงมือทําจริง แม้จะตั้งสํานักงาน ก.พ.ร.ขึ้นมา ก็ไม่มีการลดจํานวนคน และตําแหน่งที่เพิ่มไม่ใช่การเพิ่มตําแหน่งปฏิบัติการ แต่เพิ่มตําแหน่งผู้กําหนดนโยบาย ตําแหน่งบริหาร จนทําให้หลายหน่วยไม่มีผู้ปฏิบัติงาน แล้วจะเดินได้อย่างไร หัวโตตัวลีบ ไม่มีแรงเดิน นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า การปฏิรูประบบราชการสู่การเป็น Digital Government และจะต้องเป็น Open Government เป็นรัฐบาลที่โปร่งใส ไม่มีทุจริต ทุกอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถควบคุมได้ทั้งหมด ซึ่งจะทําให้โกงไม่ได้ การเดินหน้าสู่ Digital Government คือการนําเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ไม่ใช่การเพิ่มคนในการทดแทนงานบางอย่างที่อาจไม่จําเป็นต้องใช้คนทํา เช่น การเดินหนังสือ เพราะมีระบบที่สามารถส่งตรงได้ ผ่านการใช้ Agentic AI วิเคราะห์ข้อมูลได้แม่นยํา ด้วยการเชื่อมฐานข้อมูลทั้งหมด เพื่อให้เป็น Digital Government เพราะฐานข้อมูลในปัจจุบันยังไม่เชื่อมกัน และเปลี่ยนจากการสแกนภาพเก็บข้อมูลเป็น Machine-Readable format ซึ่ง AI สามารถวิเคราะห์ได้ ส่วนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า มีการลดจํานวนคน แล้วจะลดประสิทธิภาพในการทํางานนั้น นายปกรณ์ ระบุว่า แต่ละงานไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่คิดอยู่บนพื้นฐานคือระบบราชการไทยจ้างแบบ One Size Fits All ซึ่งมีภารกิจของแต่ละคนทแตกต่างกัน การออกแบบระบบการจ้างจึงต้องแตกต่างกันไป อย่างครู แพทย์ ตํารวจ มีภาระงานตารางเวลาที่ไม่เหมือนกัน แต่กฎหมายไทยถูกออกแบบการจ้างงานของข้าราชการให้เหมือนกัน ไม่สอดรับกับความเป็นจริง สิ่งที่รัฐบาลกําลังทําคือการคงอัตรากําลัง ณ วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ ถือเป็นอัตรากําลังสูงสุดเท่าที่จะมีได้ และหลังจากนี้จะค่อยๆ ทยอยลด โดยใช้สิ่งอื่นเข้ามาทดแทน ทั้งการใช้เทคโนโลยี หรือการจ้างงานรูปแบบอื่น ทดแทนการเป็นข้าราชการ นายปกรณ์ ยังกล่าวถึงกรณีกระแสดรามายกเลิกการจ้างงานตําแหน่ง "บรรณารักษ์" ว่า บรรณารักษ์ เป็นวิชาชีพ ไม่ได้บอกว่าจะยกเลิก แต่หากเกษียณจะไม่มีการบรรจุเพิ่มเป็นข้าราชการ แต่ใช้การจ้างด้วยวิธีอื่น ซึ่งบริบทของห้องสมุดต่างไปจากเดิมที่แต่ก่อนคนจะต้องวิ่งเข้าห้องสมุด แต่ปัจจุบันต้องนําข้อมูลเข้าสู่ระบบให้คนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องเดินทางมา เพราะฉะนั้นจะต้องพัฒนาประสิทธิภาพของวิชาชีพว่าจะไปในทิศทางใด ไม่ใช่อยู่แบบเดิม ส่วนการพัฒนาบริการของรัฐต่อประชาชนให้เป็นศูนย์ One Stop Service นั้น เดิมหน่วยงานใครหน่วยงานมัน ทํางานแบบหนึ่งต่อหนึ่ง แต่จะต้องทํางานแบบ Cross-functional เพราะประชาชนจะมองว่ารัฐเป็นหนึ่งองคาพยพ หากไม่เชื่อมโยงกันจะกลายเป็นภาระกับประชาชน โดยรัฐมีหน้าที่เชื่อมฐานข้อมูลของรัฐเข้าด้วยกัน และเรามีกฎหมายการอนุมัติอนุญาตและการให้บริการภาครัฐของทางราชการแล้ว หรือที่เรียกว่า Super License ซึ่งอยู่ระหว่างการออกแบบระบบและอยู่ระหว่างการหารือของ ก.พ.ร. กับเอกชน ขณะเดียวกันก็พัฒนาระบบโดยให้มีช่องทางแบบ Fast Track นําเข้ามาอยู่ในระบบ จะลดช่องว่างการทุจริต ขณะที่การเดินหน้าคัดกรองกฎหมายซ้ําซ้อน นายปกรณ์ กล่าวว่า อยู่ในนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว ซึ่งในหมู่นักกฎหมายมีอยู่ 1 คําพูดติดปากคือ "นางฟ้าอยู่ในหลัก ซาตานอยู่ในรายละเอียด" โดย "นางฟ้า" คือ พ.ร.บ. ในการจํากัดสิทธิและเสรีภาพคนที่จะไม่มีรายละเอียดมากนัก ขณะนี้เรามีกฎหมายลูกคือการกําหนดกฎเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการดํารงชีวิตของคน ประมาณ 7,600 ฉบับ จะต้องลดจํานวนลงให้ได้ โดยต้องดูที่กฎหมายลําดับรอง และหากเป็นปัญหาเรื่องข้อกฎหมายที่ต้องแก้ไข จะต้องนําออกมารับฟังความคิดเห็นในระบบกลางทางกฎหมาย และเมื่อผ่านจะนําเข้าสู่ กรอ. ซึ่งถือเป็นภาคเอกชนที่ประสบภัยโดยตรง และ ครม.เพื่ออนุมัติหลักการ นายปกรณ์ ระบุอีกว่า สําหรับตัวชี้วัดว่าสิ่งที่ทํามาถูกทางหรือประสบความสําเร็จนั้น ระยะเวลาการให้บริการของหน่วยงานต่าง ๆ ถือเป็น KPI ที่ชัดเจน ในแต่ละกระบวนงาน KPI ที่กําหนดใหม่ หลังจากที่กฎหมายอํานวยความสะดวกมีผลใช้บังคับ ระยะเวลาในแต่ละเรื่องจะต้องลดลงไม่น้อยกว่า 20-30% พร้อมย้ําว่า ต้องการรีแบรนด์ใหม่สู่การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบราชการ แต่ปัจจุบันยังสลัดภาพนี้ไม่หลุด หรือง่ายๆ ว่าต้องเปลี่ยนระบบราชการจากการบริหารตามแท่งที่ยังคงล้างไม่ออก อ่านข่าว : มท.4 แจงปม IP Address เดียวโผล่สมัครสอบท้องถิ่นหลายคน ขออย่าด่วนโยงทุจริต คลังปรับเกณฑ์ "ไทยเที่ยวไทยพลัส - โซลาร์ครัวเรือน" คาดใช้สิทธิ ต.ค.นี้ มหาดไทยเนรเทศ "ชายชาวอิสราเอล" พ้นประเทศ มีพฤติกรรมข่มขู่คนไทย​
2주요
태국기타최종 61.7
근거 출처 2개 보기
  • 타이라트 (태국어) — อิหร่านเตือนพร้อมตอบโต้สหรัฐฯ เร็วขึ้น หนักขึ้น และเจ็บปวดกว่าเดิม
    เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเตือนสหรัฐฯ ว่า ประเทศของเขาจะตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ อย่างรวดเร็วขึ้น หนักขึ้น และเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม หลังจากทั้งสองฝ่ายปะทะกันตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • webmaster@thaipbs.or.th — สหรัฐฯ จมเรือน้ํามันอิหร่านในอ่าวโอมาน IRGC เอาคืนถล่ม 6 ลํา-ขู่ยกระดับโจมตี
    วันนี้ (6 ก.ย.2569) กองบัญชาการกลางสหรัฐอเมริกา หรือ เซนต์คอม (CENTCOM) เปิดเผยภาพและคลิปวิดีโอปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ เข้าใส่เรือบรรทุกน้ํามันของประเทศอิหร่าน จํานวน 3 ลํา โดยหนึ่งในเป้าหมายหลักตั้งอยู่นอกชายฝั่งเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ํามันที่สําคัญที่สุดแห่งหนึ่งของอิหร่าน ปฏิบัติการดังกล่าวนําไปสู่การจมลงของเรือบรรทุกน้ํามันอิหร่าน 1 ลําลงสู่ใต้ทะเลในบริเวณอ่าวโอมาน โดยเซนต์คอมอ้างว่า การโจมตีครั้งนี้ เป็นการตอบโต้กองกําลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน หรือ IRGC ที่ยิงขีปนาวุธเข้าใส่เรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ จํานวน 2 ลํา ขณะกําลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนตามปกติอยู่ในภูมิภาคดังกล่าว ด้าน พีท เฮกเซธ รมต.กลาโหมสหรัฐฯ ออกมาแถลงเตือนอย่างแข็งกร้าวว่า กองทัพสหรัฐฯ มีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะทําลายและจมเรือบรรทุกน้ํามันของอิหร่านเพิ่มเติมทันที หากเรือรบหรือทรัพย์สินของสหรัฐฯ ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีอีกในอนาคต อิหร่านตอบโต้ถล่มเรือ 6 ลํา ขู่ยกระดับการโจมตีหากไม่หยุดปิดล้อม ทางด้านกองกําลัง IRGC ออกมาตอบโต้ปฏิบัติการของสหรัฐฯ ทันควัน โดยอ้างว่าเปิดฉากโจมตีเรือบรรทุกน้ํามันจํานวน 3 ลํา ที่พยายามสัญจรผ่านเส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาตบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ อิหร่านยังขยายวงปฏิบัติการด้วยการโจมตีเรืออีก 3 ลําที่มีความเชื่อมโยงกับสหรัฐฯ ในพื้นที่อื่น ๆ เพื่อเป็นการเอาคืนเหตุการณ์ถล่มเรือบรรทุกน้ํามันอิหร่าน 3 ลําก่อนหน้านี้ พร้อมกันนี้ IRGC ยังออกคําขู่เตือนว่า พร้อมที่จะยกระดับการโจมตีเรือรบของสหรัฐฯ ให้มีความรุนแรงและขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม หากสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการที่เป็นปรปักษ์ คุกคามเรือสินค้า และพยายามปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านอย่างต่อเนื่อง จับตาตึงเครียดลุกลาม "ทรัมป์" ชี้แค่ความขัดแย้งทางทหาร การปะทะและตอบโต้กันอย่างดุเดือดระหว่างกองทัพสหรัฐฯ และอิหร่านในครั้งนี้ เกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาลดทอนความสําคัญของสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค โดยระบุว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับอิหร่านนั้นเป็นเพียง "เรื่องเล็กน้อย" และจัดว่าเป็นเพียงความขัดแย้งทางทหารธรรมดา ไม่ใช่การก่อสงครามเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม การเปิดฉากโจมตีตอบโต้เรือบรรทุกน้ํามันและเรือสินค้าของทั้ง 2 ฝ่ายในเส้นทางยุทธศาสตร์สําคัญอย่างอ่าวโอมานและช่องแคบฮอร์มุซ สร้างความกังวลอย่างมากให้กับนานาชาติ ถึงผลกระทบต่อความมั่นคงทางทะเล และเสถียรภาพการค้าพลังงานของโลก ที่อาจทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว อ่านข่าว : ราชทัณฑ์แจงปมผู้ต้องขังถูกทําร้าย ลงโทษทางวินัยผู้ก่อเหตุแล้ว อนุทินร่วมฉลอง 60 ปี 9 สมาคมจีน ชูสัมพันธ์ไทย-จีน ใกล้ชิดยิ่งกว่าญาติ พบลักลอบขุดเจาะหิน เปิดร่องน้ํารุกพื้นที่ป่าเกาะวังนอก จ.สุราษฎร์ธานี
3주요
태국기타최종 59.9
근거 출처 2개 보기
  • 타이라트 (태국어) — เหยื่อน้ําท่วมทิเบตพุ่ง 43 ศพ หายอีก 519 คน การค้นหายังยากลําบาก
    ยอดผู้เสียชีวิตในทิเบตจากเหตุน้ําท่วมรุนแรงซึ่งพัดถล่มเทือกเขาหิมาลัยบริเวณชายแดนจีน-เนปาลเมื่อเดือนที่แล้ว เพิ่มขึ้นจาก 31 ศพเป็น 43 ศพแล้ว ขณะที่การค้นหายังคงยากลําบาก
  • webmaster@thaipbs.or.th — สพป.กาฬสินธุ์ สั่งย้ายครูตีเด็ก ป.5 หลังช้ําบวม 11 คน เหตุไม่ส่งการบ้าน
    วันนี้ (6 ก.ย.2569) เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ หลังมีการโพสต์ภาพบาดแผลของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาฬสินธุ์ ที่ถูกครูทําโทษด้วยการใช้ไม้ไผ่และไม้ขนไก่ตีจนหลังเป็นรอยบวมช้ําอย่างรุนแรง ล่าสุด นายชัชวาล อาราษฎร์ ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 (สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2) เปิดเผยผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ครูผู้ก่อเหตุมีการลงโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุจริง โดยในวันเกิดเหตุมีนักเรียนถูกตีรวม 11 คน และมีเด็ก 2 คนได้รับบาดเจ็บบวมช้ํารุนแรงจนไม่สามารถนอนหงายได้ ทาง สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 จึงออกคําสั่งให้ครูคนดังกล่าว ย้ายออกนอกพื้นที่ภายในวันจันทร์ที่ 7 ก.ย.2569 เพื่อความสบายใจของผู้ปกครองและนักเรียน จากนั้นจะเร่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อดําเนินการตามระเบียบต่อไป แม่เปิดใจนาทีเห็นแผลลูก-ผอ.โรงเรียน ระบุครูเสียใจ ย้อนกลับไปในวันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 1 ก.ย.2569 ผู้ปกครองของนักเรียนชายชั้น ป.5 เล่าว่า หลังจากลูกชายกลับมาจากโรงเรียน ได้บ่นว่ารู้สึกแสบหลังขณะกําลังจะอาบน้ํา เมื่อเปิดเสื้อดูจึงพบรอยช้ําบวมขนาดใหญ่ เมื่อสอบถามความจริง ลูกชายจึงยอมรับว่าถูกครูใช้ไม้ไผ่และไม้ขนไก่ตี เนื่องจากทําใบงานไม่เสร็จตามกําหนดพร้อมกับเพื่อน ๆ ในชั้นเรียน หลังเกิดเหตุ ผู้ปกครองหลายราย เดินทางเข้าพบผู้อํานวยการโรงเรียน เพื่อขอให้ย้ายครูคนดังกล่าวออกนอกพื้นที่ เนื่องจากเด็กเกิดความหวาดกลัวและไม่กล้าเดินทางไปโรงเรียน ด้านผู้อํานวยการโรงเรียนระบุว่า ที่ผ่านมาครูท่านนี้ไม่เคยมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงหรือทําร้ายเด็ก มีเพียงการว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้น โดยหลังเกิดเหตุครูได้ยอมรับผิด รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และได้ช่วยทายาให้กับเด็กหลังทําโทษแล้ว ส่วนความคืบหน้าในทางคดี พ.ต.ต.อนิวรรตน์ ศรีโคตร พนักงานสอบสวน สภ.ยางตลาด เจ้าของคดี เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับแจ้งความร้องทุกข์จากกลุ่มผู้ปกครองไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนหลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะนัดสอบปากคําผู้ปกครองอย่างละเอียด และนัดหมายการสอบปากคํานักเรียนร่วมกับทีมสหวิชาชีพ เนื่องจากผู้เสียหายยังเป็นเด็กและเยาวชน จากนั้นจึงจะออกหมายเรียกครูผู้ก่อเหตุมาสอบปากคํา และรับทราบข้อกล่าวหา ตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลงโทษด้วยความรุนแรงในสถานศึกษาขึ้นอีก อ่านข่าว : อุทาหรณ์ลืมใส่เกียร์ P รถหรูไฟฟ้าไหลข้ามถนนพุ่งตกคลอง อ.บางพลี เนปาลช่วย 2 ผู้รอดชีวิตเพิ่ม หลังน้ําท่วมแล้ว 10 วัน ยอดดับสูงกว่า 1,300 คน โบกมือลาพัทยา! เรือลินคอล์นถอนสมอ พร้อมออกสู่ทะเลหลังพักเต็มที่ 4 วัน
4주요
태국기타최종 59.9
근거 출처 2개 보기
  • 마티촌 (태국어) — ผู้จัดอาลัย นักวิ่งเทรลลับแล วัย64 เสียชีวิต แจงไทม์ไลน์เข้าช่วยเหลือ ยันไม่ล่าช้า
    ผู้จัดอาลัย นักวิ่งเทรลลับแล วัย64 เสียชีวิต แจงไทม์ไลน [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — เนปาลช่วย 2 ผู้รอดชีวิตเพิ่ม หลังน้ําท่วมแล้ว 10 วัน ยอดดับสูงกว่า 1,300 คน
    วันนี้ (6 ก.ย.2569) สํานักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพเนปาลเปิดเผยภาพปฏิบัติการกู้ภัย หลังสามารถช่วยชีวิตชายชาวจีนรายหนึ่ง ออกจากอุโมงค์โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ําอัปเปอร์ ตรีศุลี-1 ในเขตราสุวะ บริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต ได้อย่างปลอดภัย หลังจากเขาต้องติดอยู่ภายในอุโมงค์ที่ระดับความลึกถึง 225 เมตร นานถึง 10 วัน นับตั้งแต่เกิดเหตุน้ําท่วมฉับพลันและดินถล่มครั้งใหญ่ โดยจากการประเมินสภาพร่างกายเบื้องต้นของทีมแพทย์ พบว่าสัญญาณชีพของเขายังคงคงที่ ไม่พบบาดแผลฉกรรจ์ภายนอก มีเพียงภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ํากว่าปกติเล็กน้อย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเร่งนําตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อทําการรักษาอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ชายคนดังกล่าวนับเป็นผู้รอดชีวิตรายที่ 3 ที่ได้รับการช่วยเหลือออกจากอุโมงค์โรงไฟฟ้าพลังน้ําในพื้นที่ดังกล่าว ต่อจากคนงาน 2 คนที่ถูกช่วยออกมาได้จากอุโมงค์โรงไฟฟ้าพลังน้ําอัปเปอร์ ตรีศุลี 3-เอ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ําสายเดียวกันเมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา คาดยังติดค้างอีกนับร้อย-ช่วยหญิงชราพ้นดินโคลน สถานการณ์การกู้ภัยยังคงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เนื่องจากเจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าอาจยังมีคนงานอีกประมาณ 900 คน ติดค้างอยู่ภายในอุโมงค์ของโรงไฟฟ้าพลังน้ําอย่างน้อย 6 แห่งทั่วพื้นที่ประสบภัย อย่างไรก็ตาม ในเขตนูวากอตยังคงมีข่าวดีเกิดขึ้น เมื่อทีมกู้ภัยสามารถเข้าช่วยเหลือหญิงวัย 64 ปี ได้สําเร็จ หลังจากเธอติดอยู่บริเวณชั้น 4 ของบ้านพักที่ถูกดินโคลนถล่มฝังกลบเกือบมิดทั้งหลัง โดยทันทีที่นําตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย เจ้าหน้าที่ได้นําตัวเธอขึ้นเฮลิคอปเตอร์กู้ภัย เพื่อส่งตัวไปรับการรักษาด่วนที่โรงพยาบาลในกรุงกาฐมาณฑุ ด้านกองทัพเนปาล เร่งระดมกําลังเจ้าหน้าที่เข้าสร้างสะพานชั่วคราว ในจุดที่เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด เพื่อเปิดทางให้ทีมกู้ภัย และสิ่งของช่วยเหลือสามารถเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน บรรยากาศ ณ โรงพยาบาลหลายแห่งในกรุงกาฐมาณฑุ เต็มไปด้วยความหวังและความสะเทือนใจ โดยบริเวณผนังอาคารมีรูปถ่ายและประกาศติดตามหาคนหายที่ญาติผู้ประสบภัยนํามาติดไว้เป็นจํานวนมาก นอกจากนี้ ประชาชนในพื้นที่ยังได้ร่วมกันจัดพิธีจุดเทียนไว้อาลัย เพื่อแสดงความเสียใจแก่ผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งร้ายแรงนี้ ยอดเสียชีวิตเนปาล-ทิเบต ทะลุ 1,300 คน สูญหายกว่าครึ่งหมื่น หน่วยงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติเนปาล เปิดเผยรายงานความคืบหน้าล่าสุด โดยยืนยันยอดผู้เสียชีวิตในเนปาล เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 1,331 คน และยังมีผู้สูญหายอีกประมาณ 5,000 คน ในจํานวนนี้เป็นชาวต่างชาติมากถึงประมาณ 590 คน ขณะที่พื้นที่ฝั่งทิเบตซึ่งได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติเดียวกัน มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 คน และมีผู้สูญหายอีก 531 คน โดยรวมถึงชาวต่างชาติอีกไม่ต่ํากว่า 261 คน ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมจากทั้งสองฝั่งพุ่งสูงเกินกว่า 1,360 คน และผู้สูญหายรวมมากกว่า 5,500 คนแล้วในขณะนี้ อ่านข่าว : โบกมือลาพัทยา! เรือลินคอล์นถอนสมอ พร้อมออกสู่ทะเลหลังพักเต็มที่ 4 วัน สภาพอากาศวันนี้ ร่องมรสุมพาดผ่าน เหนือ-อีสานฝนชุก ระวังน้ําป่าไหลหลาก "ปกรณ์" ประเดิมเทปแรก "คุยกับ ครม.อนุทิน" จ่อปรับระบบราชการลดรายจ่ายประจํา
5참고
6참고
태국기타최종 59.9
근거 출처 4개 보기
  • 마티촌 (태국어) — ครูเล่านาทีระทึก ไฟไหม้ห้องพักครู ร.ร.ดังย่านบางขุนเทียน เผางานน.ร.-ตู้ข้อสอบ เจ็บ 1 ราย
    ครูเล่านาทีระทึก ไฟไหม้ห้องพักครู ร.ร.ดังย่านบางขุนเทีย [...]
  • 마티촌 (태국어) — ด่วน! ไฟไหม้อาคารเรียน โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี เขตบางขุนเทียน จนท.รุดควบคุมเพลิง
    ด่วน! ไฟไหม้อาคารเรียน โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — ไฟหม้อาคาร 4 ชั้น รร.สวนกุหลาบวิทยาลัยธนบุรี ไร้เจ็บ
    วันนี้ (6 ก.ย.2569) เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารภายใน โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยธนบุรี ถนนกาญจนาภิเษก แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม. หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนเทียนเข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 4 ชั้น พบเพลิงกําลังลุกไหม้บริเวณชั้นบนสุด เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ําเข้าสกัด ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียด และสาเหตุของเพลิงไหม้ โดยเจ้าหน้าที่ตํารวจและพิสูจน์หลักฐาน จะเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียดต่อไป อ่านข่าว : สอบเงินอาหารกลางวัน คลิปเสียงหลุดขอส่วนต่างไปใช้ในโรงเรียน "ฮาวาย" ประกาศภาวะฉุกเฉินรับมือ "โลเวลล์" พายุลูกที่ 3 ในรอบ 3 สัปดาห์ ภูเขาไฟอินโดฯ ปะทุ สั่งปิดน่านฟ้าสนามบินจาการ์ตา ผู้โดยสารตกค้าง 2 หมื่นคน
  • webmaster@thaipbs.or.th — สอบเงินอาหารกลางวัน คลิปเสียงหลุดขอส่วนต่างไปใช้ในโรงเรียน
    กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ร้องเรียนกับไทยพีบีเอสว่า ทางกลุ่มฯได้รับผลกระทบจากการเรียกเก็บภาษี มาจากการเรียกรับเงินส่วนต่างเกี่ยวกับโครงการอาหารกลางวัน นายพรหมเมศร์ ถาวร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง เปิดเผยกับไทยพีบีเอสว่า กลุ่มจัดส่งวัตถุดิบปรุงอาหารให้กับโรงเรียนประจําในพื้นที่ เริ่มจัดส่งตั้งแต่ปี 2558 โดยจัดส่งวัตถุดิบให้กับโรงเรียนวันละ 3 มื้อ เฉลี่ยแต่ละวัน 5-8 หมื่นบาท เพราะเป็นโรงเรียนประจําพักภายในโรงเรียนฯ นายพรหมมินทร์ กล่าวว่า นับตั้งแต่ผู้อํานวยการคนปัจจุบันย้ายมาดํารงตําแหน่งปี 2567 ขอติดต่อยืมเงินกับกลุ่มวิสาหกิจฯ 1.3 ล้านบาท ซึ่งให้ทางกลุ่มฯถอนเป็นเงินสด นําไปให้กับโรงเรียน และมีหลักฐานคลิปเสียงสนทนา ความยาวประมาณ 24 นาที ระบุว่าจะนําเงินส่วนต่างค่าอาหารไปใช้ในการบริหารโรงเรียน ข้อความระบุเจรจาขอส่วนต่าง อยากให้วิสาหกิจฯเข้าใจ เพราะว่า ผอ.ไม่มีเงินไปบริหาร ถามว่าวางแผนต้องมีเงินเหลือเท่านี้ เงินส่วนต่างรวมเหลือเท่านี้ ครูทําเมนูอาหารให้เงินเหลือ 5,000 -10,000 บาท เก็บไว้เป็นเงินกองกลาง สุดท้ายไม่เหลือ พอไม่เหลือ ก็ไปต่อไม่ได้ ผอ.อยู่โรงเรียนก็มีแขกต้องใช้เงิน ส่วนรูปแบบการคืนเงิน นายพรหมมินทร์ กล่าวว่า โรงเรียนหารือกับกลุ่มว่า จะคืนเงินในรูปแบบส่วนต่างจากการซื้อขายจริง ซึ่งมีการหักส่วนต่างหนี้ให้กับทางกลุ่มฯ ตลอดปีการศึกษา 2567 โดยมีหลักฐานสําคัญคือการคุยกันผ่านแอปพลิเคชันไลน์ของครูที่รับผิดชอบ เช่นหลักฐานปรากฏชื่อ "ครู..." ทําหน้าที่ทําบัญชี รายรับ-รายจ่าย โดยมีข้อความพูดคุยกับกลุ่มวิสาหกิจ ระบุ "ส่งยอดส่วนต่าง" ซึ่งมีจํานวน 12 งวด โดยมี "ครู..." เป็นผู้โอนเงิน ซึ่งทางกลุ่มวิสาหกิจฯระบุว่าหลักฐานข้างต้น เป็นหลักฐานชี้ให้เห็นว่า ถึงกระบวนการทํางาน เงินที่โรงเรียนฝากยอด เพื่อใช้ยอดฝากไปชําระหนี้ นายพรหมมินทร์ กล่าวต่อว่า หลังจากที่โรงเรียนชําระหนี้ทั้งหมดแล้วภายในภาคเรียนที่ 2 ปี 2567 ทางโรงเรียนเปิดประมูลจัดซื้อวัตถุดิบ เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2568 หลังจากจบประมูลทาง กลุ่มวิสาหกิจฯ ชนะการประมูลวัตถุดิบบางรายการ ซึ่งโรงเรียนฯระบุว่า ไม่อยากทําการค้าผูกขาดกับทางกลุ่ม แต่ยังมีการเรียกรับเงินส่วนต่างกับทางกลุ่ม และเมื่อถึงเวลายังต้องเสียภาษี แม้จะหักร้อยละ10 กับยอดทางโรงเรียนฯ แต่ก็พบว่าเงินต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นจํานวนมาก โดยทางกลุ่มฯระบุว่า ตั้งแต่ปี 2558 - 2567 เสียภาษีเพียง 2-3 แสนบาท แต่หลังจากมีเงินส่วนต่างในปี 2567 ทางกลุ่มต้องจ่ายภาษีปีล้านกว่าบาท จนเป็นที่มาของความขัดแย้ง และเจรจาพูดคุยกับโรงเรียน ราคาผักยังซื้อขายตามปกติ แต่ละวันจะมีบิล 2 บิล ที่จะส่งจริงกับ ทางโรงเรียนบอกให้กลุ่มบวกจํานวนตามยอดบิลที่แต่ละวัน สมมุติว่าจ่ายกันจริง 5 หมื่น โรงเรียนจะบอกในกลุ่มบวก 2 หมื่นเป็น 7 หมื่นบาท หรือ 3 หมื่นบาท จะเป็น 8 หมื่น แล้วแต่ละวัน ซึ่งทางกลุ่มลําบากใจ พนักงานก็ลําบากใจ บอกว่าไม่ถูกต้อง รู้สึกกลัว ด้านนายวิโรจน์ ผู้ใหญ่บ้านสันเกี๋ยง ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ทางกลุ่มวิสาหกิจฯเจรจากับผู้อํานวยการและคณะครูที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะประเด็นเงินสดส่วนต่าง ที่ถอนออกมาเป็นเงินสดให้ทางโรงเรียน การถอนเงินจํานวนมาก ส่งผลให้กลุ่มฯต้องแบกรับภาษี เนื่องจากเอกสารทางบัญชีแสดงยอดมากกว่าความเป็นจริง ทางกลุ่มต้องเสียภาษีให้กับกรมสรรพากร ภาษีโผล่มาล้านกว่าบาท จึงต้องเช็กว่ายอดมาจากไหน มีเงินที่เป็นส่วนเกินไม่ได้จริง เหมือนโอนเงินผ่านบัญชี ถือเป็นรายได้กลุ่ม ซึ่งเป็นเงินส่วนต่างที่คืนให้โรงเรียนไป ทีมข่าวพยายามติดต่อไปที่โรงเรียน เพื่อข้อมูลอีกด้าน แต่ทางโรงเรียนยังไม่พร้อมให้ข้อมูล เพราะผู้อํานวยการติดภารกิจประชุมที่เชียงใหม่ และเดินทางไปราชการต่างจังหวัดในสัปดาห์นี้ ซึ่งขณะนี้เตรียมเอกสารและพร้อมให้ข้อมูลในสัปดาห์หน้า ขณะเดียวกันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ยื่นร้องทุกข์กับ สํานักงาน ป.ป.ช.ประจําจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 เพื่อตรวจสอบการเรียกรับเงินและผลประโยชน์ กับผู้อํานวยการโรงเรียนและครู รวม 12 คน ซึ่งทีมข่าวสอบถามไปยัง ป.ป.ช.เชียงใหม่ ระบุว่า อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและเรียกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ยังร้องเรียนกับศูนย์ดํารงธรรม อ.แม่แจ่ม เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ที่ผ่าน ซึ่งทางผู้อํานวยการโรงเรียนก็ยังไม่ได้ไปให้ข้อมูล มีเพียงกลุ่มวิสาหกิจฯเข้าไปให้ข้อมูลจึงยังไม่สามารถสรุปความเห็นได้ อ่านข่าว : สหรัฐฯ จมเรือน้ํามันอิหร่านในอ่าวโอมาน IRGC เอาคืนถล่ม 6 ลํา-ขู่ยกระดับโจมตี อนุทินร่วมฉลอง 60 ปี 9 สมาคมจีน ชูสัมพันธ์ไทย-จีน ใกล้ชิดยิ่งกว่าญาติ
7참고
태국기타최종 59.9
근거 출처 3개 보기
8관찰
9관찰
태국기타최종 57.1
근거 출처 2개 보기
  • webmaster@thaipbs.or.th — ก.พ. แจงชัด ชะลอกําหนดตําแหน่งระดับสูง" ไม่ใช่ "ชะลอการเลื่อนระดับของข้าราชการ"
    วันนี้ (6 ก.ย. 2569) สํานักงาน ก.พ. ชี้แจง มาตรการชะลอการกําหนดตําแหน่งระดับสูง​ "ชะลอการกําหนดตําแหน่ง" ไม่ใช่ "ชะลอการเลื่อนระดับของข้าราชการ" ​ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2569 เห็นชอบแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกําลังคนภาครัฐ และกําหนดมาตรการให้ชะลอการกําหนดตําแหน่งหรือปรับปรุงการกําหนดตําแหน่งเป็นระดับที่สูงขึ้น เพื่อควบคุมการเพิ่มกรอบตําแหน่งระดับสูงและค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรภาครัฐนั้น กล่าวคือ มาตรการนี้มุ่งชะลอกรณีที่ส่วนราชการจะกําหนดหรือปรับปรุงตําแหน่งเดิมให้เป็นตําแหน่งระดับที่สูงขึ้น ซึ่งอาจทําให้จํานวนตําแหน่งระดับสูงหรือค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของส่วนราชการเพิ่มขึ้น โดยให้ส่วนราชการทบทวนความจําเป็นของตําแหน่งให้สอดคล้องกับภารกิจ โครงสร้าง และแนวทางการบริหารกําลังคนภาครัฐก่อน ​ดังนั้น สํานักงาน ก.พ. ขอชี้แจงว่า มาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการที่เกี่ยวกับ "การกําหนดตําแหน่ง" มิใช่การชะลอ "การเลื่อนหรือแต่งตั้งบุคคลให้ดํารงตําแหน่งในระดับที่สูงขึ้น" แต่อย่างใด โดยส่วนราชการสามารถดําเนินการเกี่ยวกับการเลื่อนระดับข้าราชการได้ตามปกติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ. กําหนดหากส่วนราชการมีตําแหน่งในระดับที่สูงขึ้นกําหนดไว้ในกรอบอัตรากําลังอยู่แล้ว และมีตําแหน่งว่างที่สามารถใช้แต่งตั้งได้ ตัวอย่างเช่น ส่วนราชการมีตําแหน่ง "นักทรัพยากรบุคคลชํานาญการพิเศษ" กําหนดไว้แล้วและตําแหน่งดังกล่าวว่างอยู่ ส่วนราชการก็ยังสามารถดําเนินการคัดเลือกข้าราชการระดับชํานาญการผู้ที่มีคุณสมบัติเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งชํานาญการพิเศษได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ. กําหนด โดยไม่ถือว่าเป็นกรณีที่ถูกชะลอตามมาตรการนี้ เนื่องจากไม่ได้เป็นการกําหนดตําแหน่งระดับสูงขึ้นใหม่ มาตรการดังกล่าวมิได้จํากัดสิทธิหรือปิดกั้นความก้าวหน้าของข้าราชการ แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมการเพิ่มจํานวนตําแหน่งระดับสูงในช่วงที่ภาครัฐอยู่ระหว่างการทบทวนบทบาทภารกิจ โครงสร้าง และจํานวนอัตรากําลัง รวมทั้งเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรภาครัฐให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ด้านงบประมาณของประเทศ ทั้งนี้ ตามแนวทางที่คณะกรรมการกําหนดเป้าหมายและนโยบายกําลังคนภาครัฐ (คปร.) กําหนด ให้ชะลอการกําหนดตําแหน่งเป็นระดับสูงขึ้นไว้ก่อนในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สํานักงาน ก.พ. จะติดตามและประเมินผลการดําเนินมาตรการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกําลังคนภาครัฐในภาพรวม เพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมต่อไป อ่านข่าว ไฟหม้อาคาร 4 ชั้น รร.สวนกุหลาบวิทยาลัยธนบุรี ไร้เจ็บ อ.ต.ก.ขอเวลา 1 ปี ทําแผนฟื้นฟูแก้วิกฤตสภาพคล่อง เร่งลดค่าใช้จ่าย-ผ่อนคลายค่าเช่าผู้ค้า ไฟไหม้อาคารเก่าซอยเจริญกรุง 13 เพลิงสงบแล้ว เจ็บ 1 คน
  • 마티촌 (태국어) — ก.พ. ชี้ มติครม. แค่ชะลอ‘ตั้งตําแหน่งใหม่’ ไม่ปิดกั้นความก้าวหน้า ตําแหน่งว่างยังเลื่อนได้ปกติ
    ก.พ. ชี้ มติครม. แค่ชะลอ‘ตั้งตําแหน่งใหม่’ ไม่ปิดกั้นควา [...]