1핵심
근거 출처 3개 보기
- 타이라트 (태국어) — ดับทะลุ 900 ศพ น้ำท่วมฉับพลันเนปาล-ทิเบต เร่งช่วยคนงานติดในอุโมงค์จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วม-โคลนถล่ม บริเวณชายแดนเนปาลกับทิเบต พุ่งทะลุ 900 ศพแล้ว ขณะที่ผู้สูญหายก็เพิ่มขึ้นจนเฉียดใกล้ 5,000 คน ขณะที่ทีมกู้ภัยกำลังเร่งช่วยคนงานที่ติดในอุโมงค์
- webmaster@thaipbs.or.th — ทหารเนปาลจับมือนานาชาติ ลุยกู้ภัยอุโมงค์โรงไฟฟ้า หลังดินโคลนถล่มปิดตายวันนี้ (31 ส.ค.2569) ความคืบหน้าภัยพิบัติอุทกภัยและดินถล่มครั้งใหญ่ในประเทศเนปาล ล่าสุดยังคงไม่มีหน่วยงานใดสามารถยืนยันตัวเลขผู้สูญหายที่แน่ชัดได้ โดยเฉพาะกลุ่มคนงานที่ปฏิบัติงานอยู่ภายในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำมากกว่า 10 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ตลอดเส้นทางไหลของน้ำ ข้อมูลจากรัฐบาลเนปาลระบุว่า มีคนงานสูญหายจากโครงการโรงไฟฟ้าอย่างน้อย 11 แห่ง ไม่ต่ำกว่า 934 คน ซึ่งประกอบด้วยแรงงานจากหลายสัญชาติ ทั้งเนปาล อินเดีย จีน เกาหลีใต้ และเยอรมนี อย่างไรก็ตาม ทางการประเมินว่าตัวเลขผู้สูญหายจริงอาจสูงกว่านี้ เนื่องจากโครงการบางแห่งยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ทำให้เอกสารและรายชื่อของคนงานก่อสร้างบางส่วนอาจตกหล่นและไม่ครบถ้วน ทหารเดินเท้าสำรวจอุโมงค์ฝ่าโคลนและซากความเสียหาย กระทรวงมหาดไทยเนปาล ได้เปิดเผยภาพปฏิบัติการกู้ภัยของกองทัพเนปาล ขณะเจ้าหน้าที่ทหารเดินเท้าสำรวจภายในอุโมงค์ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ "ลังตัง" ในเขตราสุวะ ซึ่งปฏิบัติดังกล่าวเต็มไปด้วยความยากลำบากและความเสี่ยงสูง เนื่องจากภายในอุโมงค์มีความมืดสนิท อัดแน่นไปด้วยหิน ดินโคลน และเศษซากความเสียหายที่ถูกกระแสน้ำพัดพาเข้ามา นอกจากนี้ หนึ่งในอุปสรรคสำคัญของการค้นหาคือปริมาณน้ำที่ยังคงท่วมขังบริเวณปากทางเข้าอุโมงค์บางแห่ง ประกอบกับชั้นดินโคลนหนาแน่นที่ขัดขวางการเข้าถึงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกล สำหรับการกู้ภัยผู้ติดค้างภายในอุโมงค์ตามหลักสากล จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ การเจาะจากด้านบนเพื่อส่งออกซิเจน อาหาร เวชภัณฑ์ หรือส่งกล้องและเจ้าหน้าที่ลงไปสำรวจหาผู้รอดชีวิตเพื่อวางแผนช่วยเหลือ แต่กรณีของเนปาลกลับมีความซับซ้อนและยากลำบากกว่ามาก เนื่องจากอุโมงค์ของโรงไฟฟ้าเป็นโครงสร้างคอนกรีตหนาพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานวิศวกรรมพลังน้ำ จึงมีความแข็งแรงสูงและมีความลึกมาก ยากต่อการเจาะทะลุ ขณะเดียวกัน ปากอุโมงค์หลายแห่งถูกดินโคลนและเศษหินปิดทับไว้ การจะเข้าถึงได้ต้องระบุพิกัดตำแหน่งที่แม่นยำและระหักระเหินลอกถอนสิ่งกีดขวาง ท่ามกลางความเสี่ยงสูงที่จะเกิดเหตุการณ์ดินถล่มและน้ำท่วมซ้ำซ้อนได้ตลอดเวลา จีนส่งทีมเชี่ยวชาญอุโมงค์เสริมทัพ ช่วยแล้ว 360 ชีวิต จากกระแสวิจารณ์เกี่ยวกับความล่าช้าในภารกิจกู้ภัย ทางการเนปาลได้ออกมาปฏิเสธและยืนยันว่าทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง แต่ต้องเผชิญข้อจำกัดร้ายแรงจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชันและเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด ทำให้ต้องพึ่งพาการใช้เฮลิคอปเตอร์ในการลำเลียงเครื่องมือและกำลังพลเข้าไปในพื้นที่ โดยเนปาลได้ระดมกำลังทหารกว่า 10,000 นาย พร้อมด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญจากประเทศจีน อินเดีย และเกาหลีใต้ โดยเฉพาะทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัยอุโมงค์จากจีนที่เดินทางมาถึงเพื่อสนับสนุนภารกิจโดยเฉพาะ ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 26 ส.ค.ผ่านมา มีรายงานว่าสามารถช่วยเหลือคนงานออกมาจากอุโมงค์ หรือมีผู้ที่สามารถหนีรอดออกมาได้เองแล้วมากกว่า 360 คน "ราสุวากาดี-ตรีศุลี" ความหวังรอดชีวิตในพื้นที่โล่ง แม้จะยังไม่สามารถสรุปขอบเขตความเสียหายของโรงไฟฟ้าทั้งหมดได้ แต่ทางการเนปาลได้พุ่งเป้าไปที่ 5 จุดสำคัญเป็นพิเศษ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้า "ราสุวากาดี" ซึ่งได้รับความเสียหายหนักที่สุดจนต้องปิดทำการเป็นครั้งที่ 2 ทั้งที่เพิ่งสร้างเสร็จและเปิดใช้งานได้ไม่ถึง 2 ปี ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้า "อัปเปอร์ ตรีศุลี" ทั้ง 3 แห่ง เป็นจุดที่คาดว่ามีคนงานติดอยู่ภายในหลายร้อยคน โดยโรงไฟฟ้า "ตรีศุลี 1" มีอุโมงค์ที่ต้องเข้าตรวจสอบอย่างน้อย 3 แห่ง ส่วนโรงไฟฟ้า "ตรีศุลี 3A" และ "ตรีศุลี 3B" เจ้าหน้าที่ได้เริ่มเจาะผนังอุโมงค์เพื่อส่งทีมเข้าสำรวจแล้ว ซึ่งแม้จะยังไม่พบตัวผู้ประสบภัย แต่สร้างความหวังอย่างมากเนื่องจากพบว่าภายในอุโมงค์ยังมีพื้นที่โล่ง และไม่ได้ถูกอัดแน่นไปด้วยหินและดินโคลนดังเช่นที่กังวลในตอนแรก สะเทือนโครงสร้างพลังงาน ตอกย้ำบทเรียนสร้างสิ่งปลูกสร้างในหิมาลัย เหตุภัยพิบัติครั้งนี้นอกจากจะสร้างความสูญเสียต่อชีวิตแล้ว ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบพลังงานของประเทศ โดยเนปาลต้องสั่งระงับการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า 11 แห่ง ส่งผลให้กำลังการผลิตไฟฟ้าหายไปถึงร้อยละ 10 ของทั้งประเทศ ขณะเดียวกันยังมีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างได้รับความเสียหายอีกถึง 15 โครงการ เหตุการณ์ดังกล่าวยิ่งตอกย้ำถึงความเสี่ยงของการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่บนเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นพื้นที่เปราะบางต่อแผ่นดินไหว หิมะถล่ม ดินถล่ม และน้ำท่วมฉับพลัน ที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นถี่และรุนแรงยิ่งขึ้นจากเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บทเรียนอันเจ็บปวดนี้จึงนำมาสู่คำถามสำคัญถึงแนวทางการอยู่อาศัยและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ทำลายธรรมชาติ ตลอดจนการเร่งสร้างระบบเตือนภัยและการรับมือเพื่อลดความสูญเสียในอนาคต อ่านข่าว : ยอดดับน้ำท่วมใหญ่เนปาล-ทิเบตทะลุ 900 คน สูญหายอีกเกือบ 4,800 คน ปลดล็อก 20 ปี! "โค้ชอ๊อด" พาวอลเลย์บอลสาวไทยคว้าตั๋วโอลิมปิก 2028 ตร.ส่งฟ้อง 8 ผู้ต้องหาผับดังห้วยขวาง จ่อล้างบางเครือข่ายนอมินีทุนจีน
- webmaster@thaipbs.or.th — ยอดดับน้ำท่วมใหญ่เนปาล-ทิเบตทะลุ 900 คน สูญหายอีกเกือบ 4,800 คนวันนี้ (31 ส.ค.2569) สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มครั้งรุนแรงบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบตยังคงส่งผลกระทบหนัก ทางการเนปาลรายงานยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 903 คน ขณะที่จำนวนผู้สูญหายเพิ่มเป็น 4,247 คน รวมชาวต่างชาติ 592 คน ส่วนฝั่งทิเบตมีรายงานผู้เสียชีวิต 16 คน และมีผู้สูญหาย 546 คน ส่งผลให้สถานการณ์ทั้ง 2 ฝั่งชายแดนมีผู้เสียชีวิตรวม 919 คน และผู้สูญหาย 4,793 คน สำหรับภารกิจช่วยเหลือในเนปาล เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือประชาชนออกจากพื้นที่ประสบภัยแล้ว 10,451 คน ขณะที่รัฐบาลเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่สำหรับปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยเป็นประมาณ 20,000 นาย พร้อมรับการสนับสนุนจากทีมกู้ภัยและเจ้าหน้าที่จากจีน เกาหลีใต้ และอินเดีย ภูมิประเทศเป็นอุปสรรค ค้นหาผู้รอดชีวิตทำได้ยาก แม้เหตุการณ์จะผ่านไปแล้วหลายวัน แต่ทีมกู้ภัยของเนปาลยังไม่ยุติความพยายามค้นหาผู้รอดชีวิต โดยเฉพาะพื้นที่เขตราซูวะ ซึ่งถือเป็นจุดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงและยังถูกตัดขาดจากพื้นที่โดยรอบ เจ้าหน้าที่ระบุว่า ภูมิประเทศในพื้นที่เต็มไปด้วยภูเขาสูง สันเขาแคบ และหุบเขาลึก ทำให้การใช้เฮลิคอปเตอร์เข้าไปช่วยเหลือทำได้อย่างจำกัด ขณะเดียวกัน พื้นดินจำนวนมากกลายเป็นโคลนและมีเศษซากทับถม ส่งผลให้เครื่องจักรหนักไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่หลายจุดได้ เขตนูวากอตและราซูวะก็ประสบปัญหาในลักษณะเดียวกัน ถนนหลายสายถูกดินโคลนและเศษซากปิดกั้น แม้จะมีบางเส้นทางเปิดใช้งานได้แล้ว แต่สภาพเส้นทางยังย่ำแย่จนรถบรรทุกไม่สามารถสัญจรได้ตามปกติ การเดินทางที่เดิมใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง อาจต้องใช้เวลานานถึง 14 ชั่วโมง เร่งค้นหาคนติดอุโมงค์โรงไฟฟ้าพลังน้ำ หนึ่งในภารกิจสำคัญของเจ้าหน้าที่เนปาล คือการค้นหาผู้ที่อาจติดอยู่ภายในอุโมงค์ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งมีรายงานว่าอาจมีประชาชนหลายร้อยคนติดอยู่ภายใน ภายในอุโมงค์มีเศษดิน โคลน และตะกอนจำนวนมาก ทำให้ทีมกู้ภัยต้องเร่งเปิดเส้นทางเพื่อเข้าถึงพื้นที่ด้านใน โดยบางจุดจำเป็นต้องใช้วิธีเจาะหรือระเบิดเพื่อเปิดทางลงไปยังส่วนที่อยู่ด้านล่าง ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อีกหลายชุดยังคงทำงานเพื่อค้นหาและกู้ร่างผู้เสียชีวิตจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เจ้าหน้าที่กู้ภัยยืนยันว่า แม้ภารกิจจะเต็มไปด้วยความเสี่ยงและมีอุปสรรคจากภูมิประเทศ แต่ยังคงอยู่ในภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิต และยังไม่ยุติความหวังที่จะพบผู้ที่อาจรอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ จีนเร่งฟื้นถนนเชื่อมเมืองชายแดน ทางฝั่งทิเบต ทีมกู้ภัยและเจ้าหน้าที่จากจีน กำลังเร่งซ่อมแซมทางหลวงหมายเลข 216 ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่มุ่งหน้าเข้าสู่เมืองจี๋หรงและท่าเรือชายแดนที่เชื่อมต่อกับเนปาล ภาพจากโดรนของสถานีโทรทัศน์ CCTV แสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือยกและอุปกรณ์ก่อสร้าง เพื่อฟื้นฟูถนนท่ามกลางภูเขาสูงและกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว สภาพพื้นที่มีทางโค้งจำนวนมากและภูมิประเทศแคบ ทำให้การนำเครื่องจักรและยานพาหนะเข้าไปซ่อมแซมทำได้อย่างจำกัด ล่าสุด ทีมงานสามารถซ่อมเส้นทางได้ประมาณ 533 เมตร และยังเหลือระยะทางอีกประมาณ 1.15 กิโลเมตรก่อนถึงทด่านจี๋หรง ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญบริเวณชายแดน เตือนฝนตกเพิ่ม หวั่นทะเลสาบกั้นน้ำล้น ขณะเดียวกัน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของจีนเตือนว่า พื้นที่จี๋หรงและพื้นที่โดยรอบอาจมีฝนตกเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะมีฝนปานกลางถึงหนักในพื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของทิเบต ฝนที่ตกต่อเนื่องอาจทำให้ระดับน้ำในทะเลสาบกั้นน้ำ ซึ่งเกิดจากดินถล่มในช่วงแรกของเหตุการณ์ เพิ่มสูงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติซ้ำ โดยก่อนหน้านี้จีนเคยระงับปฏิบัติการกู้ภัยบางส่วน เนื่องจากกังวลว่าระดับน้ำในทะเลสาบอาจล้นและก่อให้เกิดน้ำหลากระลอกใหม่ นอกจากนี้ สภาพอากาศในพื้นที่อาจหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิอาจลดต่ำสุดประมาณ 46 องศาฟาเรนไฮต์ หรือราว 8 องศาเซลเซียส และอาจมีความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันกับกลางคืนค่อนข้างมาก ทำให้พื้นที่มีสภาพชื้นและหนาวเย็น นักวิเคราะห์ของจีนระบุว่า บริเวณใกล้ท่าเรือจี๋หรง ซึ่งเชื่อมต่อกับชายแดนเนปาล พบจุดที่มีความเสี่ยงต่อภัยพิบัติทางธรณีวิทยาในระดับสูง 8 จุด โดยฝนที่ตกเพิ่มและสภาพพื้นที่อิ่มน้ำอาจทำให้เกิดดินถล่มเพิ่มเติม ทางการจีนยังพบแอ่งน้ำหรือแหล่งน้ำขังหลายจุด ที่อยู่ห่างจากบริเวณหลุมที่เกิดจากการพังทลายของธารน้ำแข็งประมาณ 2.5 กิโลเมตร โดยบางจุดอยู่ในภาวะน้ำล้น ขณะเดียวกัน บริเวณแม่น้ำอีกสายหนึ่ง พบแนวกั้นจากดินถล่มหลายจุด ซึ่งหากแนวกั้นเหล่านี้พังลง อาจทำให้เกิดทะเลสาบกั้นน้ำจากดินถล่มแห่งใหม่ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำหลากอย่างฉับพลัน สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ภารกิจช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ต้องดำเนินไปด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องประเมินความเสี่ยงจากดินถล่มและมวลน้ำเพิ่มเติมควบคู่กับการค้นหาผู้สูญหาย ญาติผู้สูญหายถูกขอให้ส่ง DNA พิสูจน์อัตลักษณ์ จากจำนวนผู้สูญหายที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทางการเนปาลขอความร่วมมือจากครอบครัวของผู้ที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ ให้ส่งตัวอย่างดีเอ็นเอแก่ตำรวจเนปาล เพื่อใช้เปรียบเทียบกับร่างผู้เสียชีวิตที่เจ้าหน้าที่กู้พบและยังไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ได้ บิดามารดาและบุตรของผู้สูญหายสามารถส่งตัวอย่างดีเอ็นเอ พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่สูญหาย เช่น สถานที่และเวลาที่พบเห็นครั้งสุดท้าย เพื่อสนับสนุนกระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์ สำหรับครอบครัวของชาวต่างชาติที่สูญหายในเนปาล ทางการขอให้ดำเนินการตรวจดีเอ็นเอในประเทศที่พำนัก ก่อนส่งผลการตรวจให้ตำรวจเนปาลทางอีเมล เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความเสี่ยงด้านธรณีวิทยาและสภาพอากาศในพื้นที่เทือกเขาหิมาลัย ซึ่งมีการเตือนถึงความเสี่ยงจากธารน้ำแข็งและมวลน้ำที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ทั้งเนปาลและนานาชาติ จึงต้องเดินหน้าภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ควบคู่กับการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำขัง แนวกั้นจากดินถล่ม และพื้นที่ที่ยังมีฝนตกต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดดินถล่ม น้ำป่า หรือมวลน้ำระลอกใหม่ซ้ำเติมสถานการณ์ที่กำลังอยู่ในภาวะวิกฤต อ่านข่าว : ปลดล็อก 20 ปี! "โค้ชอ๊อด" พาวอลเลย์บอลสาวไทยคว้าตั๋วโอลิมปิก 2028 ตร.ส่งฟ้อง 8 ผู้ต้องหาผับดังห้วยขวาง จ่อล้างบางเครือข่ายนอมินีทุนจีน ศาลให้ประกันตัว "ทานตะวัน" คดี ม.112 ห้ามออกนอกประเทศ









