TODAY, TOP 10 HOT NEWS

2026-08-31 · 최근 업데이트 · 2026-08-31T08:03:06.973616+09:00 생성

Archive timelineLatest 날짜가 노란색으로 강조됩니다
1위 핵심 이슈2–4위 주요 이슈5–7위 참고 이슈8–10위 관찰 이슈
1핵심
태국기타최종 63.8
근거 출처 4개 보기
  • 타이라트 (태국어) — บิ๊กราญ ลงพื้นที่ชายแดนใต้ ติดตามสถานการณ์ เตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัย ครม.สัญจร
    “พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.” ลงพื้นที่ชายแดนใต้ ติดตามสถานการณ์ และเตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัย ครม.สัญจร และ IMF–World Bank พร้อมตรวจเยี่ยมสร้างขวัญกำลังใจกำลังพลในพื้นที่
  • webmaster@thaipbs.or.th — เปิดประเด็น ครม.สัญจรชายแดนใต้ จัดเวิร์กช้อประดมสมอง 4 มิติ
    วันนี้ (30 ส.ค.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย พื้นที่สงขลา เพื่อสรุปผลการระดมความคิดเห็นและพิจารณาข้อเสนอแนะสำหรับการเตรียมความพร้อมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 1 ก.ย.2569 ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ สงขลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และยะลา การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 171 คน ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้แทนหน่วยงานส่วนกลาง ภาครัฐในพื้นที่ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยแบ่งการหารือออกเป็น 4 กลุ่มหลักตามมิติการพัฒนา เพื่อสรุปข้อเสนอแนะเตรียมเสนอต่อที่ประชุม ครม. ดังนี้ ในด้านเศรษฐกิจ มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธาน และมีรัฐมนตรีเข้าร่วม ได้แก่ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน และนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม โดยมีข้อเสนอสำคัญในการเร่งรัดโครงการขนาดใหญ่ เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ เช่น ท่าเรือน้ำลึกสงขลาและปัตตานี สนามบินยะลา โครงข่ายมอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ และการยกระดับด่านชายแดนให้ทันสมัย นอกจากนี้ยังมีการเรียกร้องมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลนระยะยาว มาตรการทางภาษี และการปรับปรุงข้อบังคับผังเมืองที่เป็นอุปสรรคต่อการตั้งโรงงาน พร้อมชูจุดเด่นการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ธรรมชาติ พหุวัฒนธรรม และอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ตลอดจนการยกระดับสินค้าเกษตรสู่มูลค่าสูง เพิ่มโรงงานแปรรูป และเสนอให้รัฐแก้ไขกฎหมายประมงที่ล้าสมัยเพื่อช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ ในด้านสังคม มีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมีรัฐมนตรีเข้าร่วม ได้แก่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน นายนิกร โสมกลาง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ โดยที่ประชุมมุ่งผลักดันนโยบาย Zero Dropout เพื่อดึงเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษากลับเข้าเรียน ควบคู่กับการยกระดับทักษะแรงงาน (Upskill/Reskill) ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด พร้อมทั้งแก้ปัญหาความแออัดของโรงพยาบาลศูนย์ เตรียมความพร้อมโครงสร้างรองรับสังคมผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง และแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่รัฐเพื่อที่อยู่อาศัย รวมถึงการเพิ่มศูนย์บำบัดฟื้นฟูเพื่อแก้ปัญหายาเสพติดที่นำไปสู่จำนวนผู้ป่วยจิตเวชที่เพิ่มสูงขึ้น และป้องกันการกลับมาเสพซ้ำ ในด้านความมั่นคง มีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมีรัฐมนตรีเข้าร่วม ได้แก่ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม และ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม โดยมีข้อเสนอให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยทำความเข้าใจกับนานาชาติ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและนักท่องเที่ยว รวมถึงพัฒนางานข่าวกรองและการปกป้องเยาวชนจากการเป็นแนวร่วม นอกจากนี้ยังผลักดันการสร้างรั้วชายแดนร่วมกับมาเลเซีย และจัดตั้งด่านตรวจอัจฉริยะ (Smart Checkpoint) เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองและการค้าของเถื่อน ในด้านภัยพิบัติ มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมีรัฐมนตรีเข้าร่วม ได้แก่ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย โดยมีข้อเสนอแนวทางบูรณาการบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การขุดลอก และการสร้างแก้มลิง เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยซ้ำซาก พร้อมทั้งเรียกร้องให้พัฒนาระบบเตือนภัยแบบเรียลไทม์ และเสนอแก้ไขระเบียบ "การเบิกจ่ายเงินยับยั้งป้องกันภัยพิบัติ" ให้มีความชัดเจน เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้งบประมาณเตรียมการป้องกันได้ก่อนเกิดวิกฤต ข้อสรุปทั้งหมดจากทั้ง 4 มิติ จะถูกนำไปประมวลเป็นวาระสำคัญ เพื่อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาอนุมัติงบประมาณและปลดล็อกอุปสรรคทางกฎหมาย ในการประชุม ครม.สัญจร วันที่ 1 ก.ย.2569 นี้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างอย่างเป็นรูปธรรม สื่อลงพื้นที่ติดตามศักยภาพของจังหวัดสงขลาและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ ทั้งนี้ ก่อนการจัดกระชุม ครม.สัญจร สำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นำโดย น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ และ ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร (PRESS TOUR) ลงพื้นที่ จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 30 ส.ค.-1 ก.ย.2569 เพื่อติดตามศักยภาพของ จ.สงขลา และกลุ่มจังหวัดภาคใต้ รวมถึงผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลด้านการท่องเที่ยว การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก การอนุรักษ์อัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น และการสร้างโอกาสทางรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ ก่อนติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569 จุดแรกคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ ต.เกาะยอ อ.เมืองสงขลา เยี่ยมชมวัดแหลมพ้อ สักการะองค์พระนอน แลนด์มาร์กสำคัญของเกาะยอ พร้อมสัมผัสผลิตภัณฑ์ชุมชน จากนั้น เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ผ้าทอเกาะยอ วัดโคกเปี้ยว เรียนรู้การอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญา ผ้าทอเกาะยอ สู่ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของชุมชน สอดคล้องกับแนวคิด "เศรษฐกิจสร้างสรรค์" ที่มุ่งนำทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรม และส่งเสริมให้ภูมิปัญญาการทอผ้าเกาะยอได้รับการสืบสานและพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้าน น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า ต้องขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่พาลงพื้นที่เปิดประสบการณ์จริงสถานที่จริง ซึ่งมีชาวไทย และต่างชาติ เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลาจำนวนมาก โดยที่ในสงขลามีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายที่ ไม่ได้มีแค่อาหารหรือทะเล แต่ยังมีการท่องเที่ยวสมัยใหม่ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness) ธรรมชาติ วิถีชุมชนที่น่าเรียนรู้ และการท่องเที่ยวแบบ "มูเตลู" ซึ่งสงขลาเป็นอีกหนึ่งสถานที่ในประเทศไทยที่มีวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงอยากให้ทุกคนมาเที่ยวสงขลากันมากขึ้น ซึ่งในส่วนของรัฐบาลมีการทำโรดโชว์ และการโฆษณาเพื่อทำให้ต่างชาติเห็นเรื่องการท่องเที่ยว ขณะที่ ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า สงขลาเป็นเมืองท่องเที่ยวได้หลายมิติ ทั้งความสวยงามทางธรรมชาติ วิถีชุมชนวัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ เป็นการส่งเสริมประสบการณ์ได้เรียนรู้วัฒนธรรมวิถีชุมชน ที่อยากให้ทุกคนได้หันมาสนใจ เพราะถือเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้ จากนั้น ในช่วงบ่าย คณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานด้านการยกระดับการท่องเที่ยวและบริการของจังหวัดสงขลาและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ ณ สถาบันทักษิณคดีศึกษา พร้อมเยี่ยมชมห้องจัดแสดงเพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น ก่อนลงพื้นที่แหลมสนอ่อนและหาดสมิหลา ศึกษาการพัฒนาพื้นที่สาธารณะและแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งมีทั้งประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำ จุดชมวิวทะเลสาบสงขลา และนางเงือกทองสัญลักษณ์คู่เมืองสงขลา อ่านข่าว : ผบช.ภ.9 ยันพร้อมดูแลความปลอดภัย ครม.สัญจร จ.สงขลา นัดแรก "รัฐบาลอนุทิน" จัด ครม.สัญจรสงขลา 31 ส.ค. - 1 ก.ย.นี้ รัฐบาลเลื่อนประชุม ครม. สัญจร วันที่ 8 - 9 มิ.ย.นี้
  • 마티촌 (태국어) — เปิดภาพ ห้องศาลจำลอง ร.ร.อัสสัมชัญ เตรียมเปิดใช้เรียนวิชากฎหมาย กลุ่มสาระสังคม
    เปิดภาพ ห้องศาลจำลอง คืบ 80% อัสสัมชัญ เตรียมเปิดใช้เรี […]
  • 마티촌 (태국어) — “รมว.สุชาติ” เปิดพิพิธภัณฑ์-สุราษฎร์ฯ ย้อนรอย 4,600 ล้านปี ชู “ห้องเรียนใหญ่ภาคใต้” ใช้ได้จริง
    วันนี้ (28 สิงหาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าก […]
2주요
태국기타최종 60.5
근거 출처 2개 보기
  • 타이라트 (태국어) — ประวัติ “อธิการ” ว่าที่ สส.ใหม่ป้ายแดง ของพรรคภูมิใจไทย
    เปิดประวัติ “อธิการ แก้วเครือศรี” ลูกเขย “หรั่ง ธุระพล” ผู้รักษาแชมป์ เป็นสส.ใหม่ป้ายแดง อุดรธานี เขต 3 ให้ค่ายสีน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ได้สำเร็จ แบบชนะคู่แข่งขาดลอย
  • webmaster@thaipbs.or.th — “อธิการ แก้วเครือศรี” ว่าที่ สส.อุดรธานี คะแนนนำอันดับหนึ่ง แซง “ขจิตร”จากประชาธิปไตยใหม่
    วันนี้ (30 ส.ค.2569) เวลา 19.05 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายทรงศักดิ์ ทองศรี แกนนำพรรคภูมิใจไทย ดูแลพื้นที่ภาคอีสานตอนบน และตัวแทน ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เดินทางมาให้กำลังใจ นายอธิการ แก้วเครือศรี ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 อุดรธานี จากพรรคภูมิใจไทย โดยผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ (100%) ปรากฏกว่า อันดับ 1 นายอธิการ แก้วเครือศรี จากพรรคภูมิใจไทย ได้ 37,961 คะแนน อันดับ 2 นายขจิตร ชัยนิคม จากพรรคประชาธิปไตยใหม่ ได้ 13,017 คะแนน อับดับ 3 นายคำผัน จันทจร พรรคเพื่อบ้านเมือง ได้ 4,633 คะแนน สำหรับ นายอธิการ แก้วเครือศรี เป็นลูกเขยของอดีต ส.ส.หรั่ง ซึ่งครั้งนี้ลงสมัครรับเลือกตั้งแทนพ่อตา เพื่อรักษาเก้าอี้ต่อ ซึ่งการเลือกตั้งใน 3 อำเภอ ปรากฎว่า อ.เพ็ญ ซึ่งถือว่าเป็นฐานเสียงที่สำคัญของพรรคภูมิใจไทย มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 9 หมื่น 3 พันคน หากคว้าชัย ในพื้นที่นี้ก็จะทำให้ นายอธิการ คว้าเก้าอี้ ส.ส.มาครองได้สำเร็จ อ่านข่าว: กกต.ขอหลักฐานเพิ่ม นัดเคาะคดีฮั้ว สว. วันที่ 14 ก.ย.69 โค้งสุดท้ายชี้ขาด "ฮั้ว สว." วัดกันที่จิตใจและคูเหลี่ยมกฎหมาย "นภินทร" ปัดฮั้ว สว. รับเคยพบผู้สมัครคุยเรื่องไก่งวง - แจ้งความ "ยิ่งชีพ"
3주요
태국기타최종 59.9
근거 출처 3개 보기
  • 타이라트 (태국어) — “เท้ง”ขอบคุณทีมวอลเลย์บอลหญิง ทำให้คนไทยมีความสุขและภาคภูมิใจ
    “เท้ง”ขอบคุณทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยสร้างประวัติศาสตร์พาทีมสู่โอลิมปิก ทำให้คนไทยมีความสุขและภาคภูมิใจ
  • 타이라트 (태국어) — นายกรัฐมนตรี ชื่นชม ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยเสร้างประวัติศาสตร์ คว้าตั๋ว Olympic Games LA 2028 สำเร็จ
    นายกรัฐมนตรีชื่นชม ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยเก่ง สร้างความสุข สร้างประวัติศาสตร์ คว้าตั๋ว Olympic Games LA 2028 สำเร็จ
  • webmaster@thaipbs.or.th — สุดยิ่งใหญ่ ไทย ชนะ จีน 3-2 เซต คว้าแชมป์เอเชีย สร้างประวัติศาสตร์คว้าตั๋วไปโอลิมปิก
    วันนี้ (30 ส.ค.2569) ศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2026 รอบชิงชนะเลิศ โดยทัพนักตบสาวไทยแชมป์เก่า พกความมั่นใจเต็มเปี่ยมหลังโค่นคู่ปรับตลอดกาลอย่าง ญี่ปุ่น มาได้ 3-1 เซต ในรอบรองชนะเลิศ โดยโคจรมาพบกับเจ้าภาพจีน ที่เอาชนะอิหร่านในรอบรองชนะเลิศ ไป 3-0 เซต สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด ไทย ชนะ 1 แพ้ 4 โดยนัดล่าสุดในศึกเนชันส์ลีก 2026 ไทย แพ้ จีน ไปอย่างสูสี 2-3 เซต ขณะที่การพบกันในศึกชิงแชมป์เอเชีย 2023 รอบชิงชนะเลิศ ไทย เป็นฝ่ายเอาชนะ จีน ไปได้ 3-2 เซต จบด้วยการเป็นแชมป์สมัยที่ 3 เซตแรก ไทยเริ่มเกมได้ดี เอาชนะ จีนไปได้ 25-20 คะแนน ไทยขึ้นนำ 1-0 เซต เซตที่ 2 จีนฮึดกลับมาทำคะแนนทิ้งห่างไทย เอาชนะไทยไปได้ 25-11 คะแนน จีนไล่มาเสมอไทย 1-1 เซต เซตที่ 3 ไทยกลับมาเล่นได้ดีขึ้น ทำคะแนนขึ้นนำจีนในช่วงต้นเกม แต่ในช่วงท้ายเซตจีนไล่ทำคะแนนแซงเอาชนะไทยไปได้ 25-23 จีนขึ้นนำไทย 2-1 เซต เซตที่ 4 ไทยฮึดกลับมาเอาชนะจีนไปได้ 25-18 คะแนน ไทยไล่มาตีเสมอจีน 2-2 เซต ต้องไปลุ้นกันในเซตสุดท้าย เซตที่ 5 ไทยเล่นด้วยความมุ่งมั่นและมั่นใจ และเอาชนะ จีนไปได้ 15 -10 คะแนน ไทยแซงชนะจีน 3-2 เซต คะแนน 25-20,11-25,23-25,25-18, 15-10 คว้าแชมป์เอเชีย ได้เป็นครั้งที่ 4 พร้อมสร้างประวัติศาสตร์คว้าตั๋วไปโอลิมปิก เกมส์ 2028 ที่สหรัฐฯ ได้สำเร็จ ในส่วนของรางวัลบุคคลยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ นำทัพโดย "ชมพู" พรพรรณ เกิดปราชญ์ กัปตันทีมคนเก่ง ที่คุมจังหวะเซตและดึงศักยภาพเพื่อนร่วมทีมได้อย่างท็อปฟอร์ม เหมาคนเดียว 2 รางวัลใหญ่ ได้แก่ รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) และ รางวัลมือเซตยอดเยี่ยม (Best Setter) "ทัดดาว นึกแจ้ง" รางวัลบอลเร็วยอดเยี่ยม (Best Middle Blocker) ทำไป 18 คะแนนในเกมนัดชิงชนะเลิศ "ออมสิน" ศศิภาพร จันทวิสูตร รางวัลหัวเสายอดเยี่ยม (Best Outside Hitter) ที่โชว์ฟอร์ม 28 คะแนนในเกมนัดชิงชนะเลิศ พาทีมคว้าชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ไปได้สำเร็จ สำหรับทัพนักตบสาวไทยจะเดินทางกลับถึงประเทศไทย ในวันพรุ่งนี้ (31 ส.ค.) เวลา 21.15 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนเตรียมตัวไปแข่งขันศึกเอเชียนเกมส์ ที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 16-22 ก.ย.นี้ อ่านข่าว : ร่วมเชียร์ นักตบสาวไทย พบ จีน ศึกชิงแชมป์เอเชีย ลุ้นคว้าตั๋วไปโอลิมปิก เย็นวันนี้ สาวไทย ทุบ ญี่ปุ่น 3-1 เซต ลิ่วรอบชิงชนะเลิศ ศึกชิงแชมป์เอเชีย - ลุ้นตั๋วโอลิมปิก 2028 ไทยดวลญี่ปุ่น ล่าตั๋วรอบชิงฯ วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2026 วอลเลย์บอลหญิงไทย ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต ทะลุรอบรองฯ ชิงแชมป์เอเชีย 2026 เทียบสถิติไทย-เกาหลีใต้ ก่อนดวลรอบ 8 ทีม ชิงแชมป์เอเชีย 2026 นักตบสาวไทย ชนะ คาซัคสถาน 3 -1 เซต ศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย
4주요
태국기타최종 59.9
근거 출처 2개 보기
5참고
태국기타최종 58.0
근거 출처 3개 보기
  • webmaster@thaipbs.or.th — ตำรวจเร่งสอบปากคำคู่สามีภรรยา ปมไฟไหม้ชุมชนคลองเตย เสียหาย 5 หลัง
    วันนี้ (30 ส.ค.2569) เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักภายในชุมชนไม้ ใกล้ศูนย์นันทนาการคลองเตย ถ.อาจณรงค์ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ช่วงบ่ายวันนี้ ส่งผลให้บ้านเรือนเสียหาย 5 หลัง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 คน และประชาชนได้รับผลกระทบ 54 คน ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุ โดยให้ความสนใจคู่สามีภรรยาที่อาศัยอยู่ในชุมชน ซึ่งมีประวัติมีปากเสียงกันและเคยพูดข่มขู่ว่าจะจุดไฟเผาบ้าน โดยตำรวจ สน.ท่าเรือ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในชุมชนไม้ ใกล้ศูนย์นันทนาการคลองเตย เวลาประมาณ 13.00 น. จึงประสานเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยจากหลายพื้นที่เข้าระงับเหตุ ลักษณะของที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ติดกันหลายหลัง เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำสกัด ใช้เวลาประมาณ 17 นาที จึงควบคุมเพลิงได้ เบื้องต้นพบว่า มีบ้านเรือนเสียหาย 5 หลัง มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 54 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 คน ในจำนวนนี้ 1 คนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนอีก 3 คนได้รับการปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุ จากการสอบสวนเบื้องต้น ตำรวจทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีคู่สามีภรรยาซึ่งประกอบอาชีพเก็บของเก่า อาศัยอยู่ในชุมชนดังกล่าว และมักมีปากเสียงกัน โดยก่อนหน้านี้ฝ่ายชาย เคยพูดข่มขู่ว่าจะก่อเหตุวางเพลิง หลังเกิดเหตุชาวบ้านพยายามติดตามตัวทั้งสองคน เพื่อให้ตำรวจสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุ ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง และยังไม่มีการยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับเหตุเพลิงไหม้ สำหรับชุมชนแห่งนี้เป็นห้องพักอาศัยที่ก่อสร้างมานานกว่า 20 ปี มีทั้งหมด 48 ห้อง โดยภาครัฐก่อสร้างขึ้นเพื่อรองรับผู้ประสบภัยจากเหตุเพลิงไหม้ชุมชนร่มเกล้า ขณะนี้ตำรวจ สน.ท่าเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างตรวจสอบจุดต้นเพลิง รวมถึงพยานหลักฐานและคำให้การของผู้ที่อยู่ในพื้นที่ เพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้ที่แน่ชัด ขณะที่สำนักงานเขตคลองเตยจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เขตคลองเตย บริเวณลานกีฬาภายในศูนย์นันทนาการคลองเตย เพื่อรับลงทะเบียนผู้ได้รับความเดือดร้อนและผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือ ทั้งด้านที่พัก อาหาร และสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ประสบภัย อ่านข่าว : ไฟไหม้บ้านใกล้เคียงศูนย์เยาวชนคลองเตย - เร่งคุมเพลิง นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ เปิด 5 ปัจจัยไฟไหม้ “คลองถมเซ็นเตอร์” ลุกลามรวดเร็ว “ชัชชาติ” ลงพื้นที่ไฟไหม้ “คลองถมเซ็นเตอร์” เร่งคุมความร้อน–ประเมินโครงสร้าง
  • webmaster@thaipbs.or.th — ไฟไหม้บ้านใกล้เคียงศูนย์เยาวชนคลองเตย - เร่งคุมเพลิง
    วันนี้ (30 ส.ค.2569) เวลา 12.53 น.ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ใกล้เคียงศูนย์เยาวชนคลองเตย ถนนอาจณรงค์ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย จุดเกิดเหตุเป็นบ้านไม้ปลูกติดกันหลายหลัง ซึ่งเบื้องต้นเพลิงลุกไหม้ไปแล้วประมาณ 4-5 หลังคาเรือน เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบ่อนไก่, บรรทัดทอง, บางรัก, ทุ่งมหาเมฆ, ถ.จันทน์, บางนา สนับสนุนที่เกิดเหตุ รายละเอียดเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป ข้อมูล : #Fire&RescueThailand #ศูนย์วิทยุพระราม199 อ่านข่าว : ยอดผู้เสียชีวิตทะลุ 730 คน เหตุน้ำท่วมฉับพลันใน “เนปาล” “เอกนิติ” ชี้ ไทยช่วยไทยเฟส 3 ต้องดูสภาพเศรษฐกิจก่อนตัดสินใจ คุมตัวผู้ต้องสงสัยชิงทองในห้างฯโลตัสอรัญฯ พบของกลางถูกโยนทิ้งริมทางรถไฟ
  • 마티촌 (태국어) — ระทึก เพลิงไหม้ อบต.สาคอบน ปัตตานี จนท.เข้าคุมสถานการณ์ เร่งสอบสาเหตุ
    ด่วน! เกิดเหตุเพลิงไหม้ อบต.สาคอบน อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื […]
6참고
태국기타최종 57.1
근거 출처 2개 보기
  • webmaster@thaipbs.or.th — จ่อใช้ "นิติวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม" ตรวจพืชหาสาเหตุปนเปื้อนสารพิษ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่
    วันนี้ (30 ส.ค.2569) ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เกษตรอำเภอแม่อาย สภาเกษตรกรจังหวัดเชียงใหม่ ผู้นำชุมชนในตำบลท่าตอน นักวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมหารือในประเด็นการปนเปื้อนของสารพิษในพืชผักตลอดลุ่มน้ำกกใน ต.ท่าตอน และ ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เกษตรอำเภอแม่อาย ได้รายงานผลจากการเก็บตัวอย่าง 9 ครั้ง (ธ.ค.2568-ส.ค.2569) จำนวน 61 ตัวอย่าง และผลตรวจวิเคราะห์ 6 ครั้ง จำนวน 54 ตัวอย่าง พบว่า พืชไม่ผ่านมาตรฐานจำนวน 43 ตัวอย่าง (ร้อยละ 80) ผ่านมาตรฐานฯ จำนวน 11 ตัวอย่าง (ร้อยละ 20) โดยตรวจพบสารหนู 10 ตัวอย่าง แคดเมียม 37 ตัวอย่าง และตะกั่ว 14 ตัวอย่าง พืชที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนโลหะหนักสูง เช่น พริกขี้หนู แตงกวา มันเทศ กระเทียม มะเขือม่วง ข้าวโพดหวาน และมะม่วง ส่วนแนวทางการจัดการพื้นที่เกษตรกรรม เกษตรอำเภอแม่อายได้แนะนำเปลี่ยนพืชไม่ใช่เพื่อการบริโภค และเเนะนำพืชทางเลือก โดยเฉพาะไม้ยืนต้นเศรษฐกิจ เช่น ยางพารา สัก ไผ่ และหลีกเลี่ยงการใช้แม่น้ำกก ด้านตัวแทนกรมพัฒนาที่ดิน รายงานว่า ที่ผ่านมามีเก็บตัวอย่างดินและตะกอนดิน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พบสารโลหะหนักที่เกินค่ามาตร คือสารหนู 3 จุด อ.แม่อาย และได้วางแผนเก็บตัวอย่างดินและน้ำ 60 จุด คือ ระยะ 100 เมตร ตัวอย่าง 200 เมตร 500 เมตร 1,000 เมตร 2,000 เมตร จนปัจจุบันได้แผนที่เฝ้าระวังความเสี่ยง ซึ่งมีการแบ่งระดับการปนเปื้อน 3 ระดับ คือ สีเขียว (ปลอดภัย) สีเหลือง (เฝ้าระวัง) และสีแดง (เกินมาตรฐาน) มีแผนจะเก็บต่อสารพิษยังพบต่อเนื่อง ส่วนการจัดการดิน สีเขียวยังใช้ได้ปกติ แต่ต้องนำดินมาตรวจปีละ 1 ครั้ง ส่วนพื้นที่เฝ้าระวัง (สีเหลือง) ปีละ 2 ครั้ง และเพิ่มอินทรีย์วัตถุ พื้นที่สีแดง จะต้องบูรณาการหน่วยงานอื่นๆ ส่วนคำแนะนำกรมพัฒนาที่ดินหลีกเลี่ยงการปลูกพื้นที่สีแดง ส่วนผลการตรวจข้าว ที่หลายฝ่ายกังวลตอนนี้ยังไม่เกินค่ามาตรฐานสามารถบริโภคได้ ส่วนสาเหตุมาจากน้ำกก หรือสารเคมีการเกษตรหรือไม่ จะต้องมีการเก็บตัวอย่างเพิ่มอีก ด้านตัวแทนเกษตรกร กล่าวถึงปัญหาการตรวจพืชผลการเกษตรที่ผ่านมา พบปัญหาชาวบ้านไม่รู้ผลตรวจแปลงที่ขอไปตรวจเจออะไรบ้าง เมื่อเอาไปหลาย ๆ รอบไม่มีค่าตอบแทน ชาวบ้านจึงไม่อยากให้ความร่วมมือ นายราชา คำพินิจ กำนันตำบลท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นปัจจุบันเกษตรกรหวั่นวิตกผลกระทบการขายผลผลิตทางการเกษตร อาจทำให้ราคาตกต่ำ และไม่รับซื้อผลผลิต อยากให้พิสูจน์การปนเปื้อนและ อยากภาครัฐแก้ไข ในภาครัฐจะเยียวยาอย่างไร ที่ได้รับผลกระทบหรือประกาศภัยพิบัติ ตอนนี้ ข้าวโพดหวาน กระเจี๊ยบ ตอนนี้กังวลว่าจะไม่มีคนรับซื้อ นางแสงระวี สุวีรการย์ รองประธานมูลนิธิร่มโพธิ์ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า จะมีการเก็บตัวอย่างอีก ซึ่งการเก็บตัวอย่างรอบนี้จะทำให้ทุกอย่างชัดเจนมากขึ้น เมื่อปีที่แล้วเหมือนตรวจให้รู้มีสารพิษหรือไม่ แต่การตรวจครั้งนี้จะแยกให้เห็นที่มาชัดเจน สอดคล้องกับ ดร.สืบสกุล กิจนุกร สำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า ปัญหาน้ำและผลผลิตทางการเกษตร ตรงนี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่จะต้องร่วมหาคำตอบ เพื่อจะจะทราบว่าการปนเปื้อนมาจากเหมืองแร่ หรือจากสารเคมีทางการเกษตร มีสัดส่วนเท่าไหร่ และจะนำไปสู่เจรจากับทางการเมียนมาได้ ดร.สืบสกุล กล่าวว่าที่ผ่านมาการเก็บอย่างน้ำและตะกอนดิน มี กรมควบคุมมลพิษ ได้เผยแพร่ข้อมูลสามารถตรวจสอบได้ผ่านทางเว็บไซต์เพื่อสื่อสารความเสี่ยง ปัจจุบันแม่น้ำกก สาย รวก โขงมีความขุ่นต้นเหตุ คาดว่า เป็นเหมืองทองคำบริเวณต้นน้ำ มีการขยายตัวคาดว่าเป็นสาเหตุทำให้น้ำมีตะกอนน้ำขุ่นทั้งปีส่วนเหมืองแร่หายาก ต้นน้ำกกเริ่มต้นเมื่อ 2 ปีที่ผ่าน ปัจจุบันมีต้นน้ำกกมีเหมืองแร่จำนวน 3 แห่ง ซึ่งในประเทศเมียนมายังมีแร่หลายหลายชนิด และมีการทำเหมืองแร่ โดยแร่ส่วนหนึ่งใช้ไทยเป็นเส้นทางผ่านแร่ เช่นในภาคเหนือ ด่านแม่สาย ด่านเชียงแสน ส่วนการติดตามปัญหาสุขภาพพื้นที่ สาธารณสุขได้ติดตามกลุ่มความเสี่ยงสูง อ.แม่อาย 48 คน ตรวจสุขภาพ 5 ปี และใน จ.เชียงราย 300กว่าคน ขณะที่หมู่บ้านชาวประมงริมแม่น้ำกก จ.เชียงใหม่ เชียงราย มี 60 หมู่บ้านมีความเสี่ยงการบริโภค ที่ผ่านมามี คำแนะนำกรมอนามัย เช่น ไม่บริโภคสัตว์หน้าดิน ปลาขนาดเล็ก ส่วนแผนที่น้ำท่วมปี 2567 ปัจจุบันใน อ.แม่อาย ใน ต.ท่าตอน 15 หมู่บ้าน และ 1 หมู่บ้าน ต.แม่นาวาง ซึ่งอาจเป็นที่มาตะกอนดินสารพิษ ดร.สืบสกุล กล่าวว่าปัจจุบันพืชหลายชนิดในอำเภอแม่อาย สารพิษมาจากไหน? เหมืองแร่ หรือ สารพิษทางเกษตร ภาคประชาชนมีข้อเสนอ 8 ข้อ ข้อเสนอเรียกร้องที่ผ่านมา มาตรการแก้ปัญหามลพิษข้ามพรมแดน 1.การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ 2.การตรวจสอบเฝ้าระวัง อย่างเป็นระบบและเผยแร่ผลตรวจ 3.จัดหาชุดตรวจภาคสนามให้กับชุมชนเกษตรกร 4.จัดหาแหล่งน้ำสำรองลดความเสี่ยงการใช้น้ำปนเปื้อน 5.การเยียวยาชดเชยพื้นที่ปนเปื้อน 6.การฟื้นฟูดินให้ปลอดภัยสำหรับเกษตรกร 7.การจัดทำแผนที่ความเสี่ยง ห่วงโซ่สินค้าเกษตร 8.จัดตั้งศูนย์ตรวจโลหะหนักประจำจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ ดร.สืบสกุล กล่าวถึงแผนการเฝ้าระวังและสื่อสารความเสี่ยง กับประชาชนในลุ่มน้ำกก จะต้องมีการกำหนดเป้าหมายชัดเจน เพื่อปกป้องสุขภาพและแหล่งอาหาร ซึ่งต้องกำหนดกรอบเวลาแนวคิด 5 ปี และมีแผนสื่อสารความเสี่ยงสารพิษ ต้องสื่อสาร ความโปร่งใสตรงไปตรงมาเพื่อป้องกันการกล่าวหาปกปิดข้อมูล อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้น และต้องมีการสื่อสารสองทาง หรือช่องทางการสื่อสารต่างๆ สำหรับการเก็บตัวอย่างพืชผลทางการเกษตร ทีมวิจัยจาก ม.นเรศวร ม.แม่ฟ้าหลวง และ สกสว. จะลงพื้นที่เก็บตัวอย่างพืช และน้ำ ในพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และตลอดริมแม่น้ำกกในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งจะคล้ายกับการเก็บตัวอย่างน้ำแม่น้ำกกเมื่อปีที่ผ่าน โดยใช้วิธีตรวจหาลายนิ้วมือนิติวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เพื่อยืนยันว่าสารโลหะหนักมาจากแหล่งใด อ่านข่าว : “อธิการ แก้วเครือศรี” ว่าที่ สส.อุดรธานี คะแนนนำอันดับหนึ่ง แซง “ขจิตร”จากประชาธิปไตยใหม่ ตำรวจเร่งสอบปากคำคู่สามีภรรยา ปมไฟไหม้ชุมชนคลองเตย เสียหาย 5 หลัง เปิดประเด็น ครม.สัญจรชายแดนใต้ จัดเวิร์กช้อประดมสมอง 4 มิติ
  • 마티촌 (태국어) — GULF ปั้นนักสืบตัวน้อยร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม ชวนสำรวจคุณภาพอากาศ-แหล่งน้ำจากพื้นที่จริง
    จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเด็ก ๆ กลายเป็นนักสืบสิ่งแวดล้อมตัวน้อ […]
7참고
태국기타최종 57.1
근거 출처 5개 보기
  • webmaster@thaipbs.or.th — นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ เปิด 5 ปัจจัยไฟไหม้ "คลองถมเซ็นเตอร์" ลุกลามรวดเร็ว
    วันนี้ (30 ส.ค.2569) นายอมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารคลองถมเซ็นเตอร์ เพื่อประเมินความเสียหายและวิเคราะห์สาเหตุเชิงวิศวกรรม โดยตั้งข้อสังเกต 5 ปัจจัยที่ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วภายในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ประเด็นแรก คือ ภายในอาคารมีสินค้าและวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงจำนวนมาก โดยเฉพาะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สายไฟ และแบตเตอรี่ ซึ่งสะสมความร้อนและทำให้เพลิงลุกลามได้รวดเร็ว ประเด็นที่ 2 การแบ่งพื้นที่เป็นร้านค้าและห้องจำนวนมาก อาจเอื้อต่อการเคลื่อนตัวของเปลวไฟไปยังพื้นที่อื่น และประเด็นที่ 3 อาคารใช้โครงสร้างเสาและคานเหล็ก ซึ่งเมื่อได้รับความร้อนสูงเป็นเวลานานจะสูญเสียกำลัง บิดงอ และเสียรูป จึงต้องตรวจสอบว่าโครงสร้างเหล็กมีระบบป้องกันไฟตามข้อกำหนดหรือไม่ นายอมร อธิบายว่า เมื่อเหล็กได้รับความร้อนสูง คานจะขยายตัวและส่งแรงไปยังเสาทำให้เสาโก่งตัว ขณะที่จุดต่ออาจรับแรงไม่ไหว จนชิ้นส่วนโครงสร้างหลุดร่วงและเกิดการพังทลายต่อเนื่องในลักษณะคล้ายโดมิโน ประเด็นที่ 4 อาคารมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 13,000 ตร.ม.เข้าข่ายอาคารขนาดใหญ่พิเศษ จึงต้องมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติหรือสปริงเกอร์ รวมถึงระบบปั๊มน้ำดับเพลิง ขณะนี้ต้องตรวจสอบว่าระบบทำงานจริงหรือไม่ ทั้งหัวสปริงเกอร์ ปั๊มน้ำ แรงดันน้ำ ปริมาณน้ำสำรอง และประวัติการตรวจสอบระบบ ส่วนประเด็นที่ 5 คือประสิทธิภาพของระบบน้ำดับเพลิง เนื่องจากอาคารมีพื้นที่ขนาดใหญ่ จึงต้องตรวจสอบว่าหัวจ่ายน้ำดับเพลิงสามารถส่งน้ำเข้าไปควบคุมเพลิงบริเวณใจกลางอาคารได้เพียงพอหรือไม่ สำหรับสภาพอาคารในขณะนี้ พบโครงสร้างเหล็กหลายส่วนบิดเบี้ยวและเสียรูปอย่างรุนแรง จนอาจไม่สามารถฟื้นฟูได้ และมีความเป็นไปได้ว่าต้องรื้อถอน นายอมรเตือนว่า การรื้อถอนมีความเสี่ยงสูง เพราะโครงสร้างบางส่วนเอียงและพังลงมาค้ำกันอยู่ หากรื้อผิดวิธีอาจทำให้เกิดการถล่มซ้ำ จึงต้องจัดทำแผนรื้อถอนโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ รื้อจากบนลงล่างและจากภายนอกเข้าสู่ภายใน พร้อมควบคุมทิศทางไม่ให้โครงสร้างล้มออกนอกอาคาร ส่วนการจะชี้ว่า เหตุเกิดจากการปล่อยปละละเลยของผู้ประกอบการหรือเจ้าของอาคารหรือไม่ ยังต้องตรวจสอบข้อมูลรอบด้าน ทั้งข้อกฎหมายในช่วงที่ก่อสร้างอาคารและผลการพิสูจน์หลักฐาน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย นายอมร ยังเสนอให้ กรุงเทพมหานคร เร่งสำรวจอาคารเก่า โดยเฉพาะย่านการค้าที่มีการแบ่งพื้นที่จำนวนมากและเก็บสินค้าเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ พร้อมพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและมาตรฐานด้านความปลอดภัยให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้อาคารในปัจจุบัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ อ่านข่าว : “ชัชชาติ” ลงพื้นที่ไฟไหม้ “คลองถมเซ็นเตอร์” เร่งคุมความร้อน–ประเมินโครงสร้าง ผู้ประสบภัยทยอยลงทะเบียนขอความช่วยเหลือ เหตุไฟไหม้ “คลองถม เซ็นเตอร์” คปภ.ประสานเทเวศประกันภัย เร่งสำรวจติดตามการช่วยเหลือลูกค้าใน "คลองถมเซ็นเตอร์" "ชัชชาติ" ชี้ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ลามเร็ว หวั่นโครงสร้างยุบตัว ไทม์ไลน์เพลิงไหม้ "คลองถมเซ็นเตอร์" ถนนวรจักร 8 ชั่วโมง เจ็บ 11 คน รู้จัก "คลองถมเซ็นเตอร์" ขุมทรัพย์ของสะสม ตำนานตลาดกลางคืน
  • webmaster@thaipbs.or.th — "ชัชชาติ" ลงพื้นที่ไฟไหม้ "คลองถมเซ็นเตอร์" เร่งคุมความร้อน–ประเมินโครงสร้าง
    วันนี้ (30 ส.ค.2569) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักการโยธา สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร และตำรวจในพื้นที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้คลองถม เซ็นเตอร์ โดยสำรวจบริเวณโครงสร้างอาคารที่ทรุดตัวและจุดที่ยังมีความร้อนสะสม เพื่อประเมินความปลอดภัยก่อนเปิดให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายใน นายชัชชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรุงเทพมหานครดำเนินการตามแผนหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ควบคุมจุดที่ยังมีไฟคุกรุ่น ตรวจสอบความมั่นคงของโครงสร้าง และเตรียมแผนรื้อถอนอาคาร โดยในระยะนี้ยังต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมความร้อนและประเมินโครงสร้างเป็นอันดับแรก เนื่องจากพื้นชั้น 2 ของอาคารพังถล่มลงมาทับบริเวณชั้นล่าง ซึ่งเป็นพื้นที่พลาซ่าจำหน่ายสินค้า ทำให้มีทั้งเสา คาน และวัสดุจากอาคารกีดขวางพื้นที่ รวมถึงวัสดุบางส่วนที่ยังสามารถเป็นเชื้อเพลิงและทำให้ไฟปะทุขึ้นได้ด้วยเหตุนี้ จึงยังไม่สามารถให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบภายในอาคารได้อย่างเต็มที่ เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน กรุงเทพมหานครเตรียมประสานผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้าง ซึ่งเคยร่วมปฏิบัติงานในเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม เข้าประเมินโครงสร้างว่า ส่วนใดสามารถตัดหรือเคลื่อนย้ายออกได้ เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงจุดที่ยังมีความร้อนได้อย่างปลอดภัย ในช่วงบ่ายวันนี้ เจ้าหน้าที่จะเริ่มวางแผนเข้าพื้นที่ พร้อมจัดทำแผนที่ระบุตำแหน่งจุดต้นเพลิงและเส้นทางการลุกลามของไฟ โดยจะนำข้อมูลจากกล้องวงจรปิด คลิปวิดีโอ และภาพที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์มาประกอบการวิเคราะห์ ส่วนการตรวจพิสูจน์หลักฐาน คาดว่า จะเริ่มได้ในวันที่ 31 ส.ค.เวลา 08.00 น. หากเจ้าหน้าที่ประเมินแล้วว่า พื้นที่มีความปลอดภัยเพียงพอ โดยกองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร จะเข้าตรวจสอบพื้นที่ร่วมกัน ประเด็นที่จะตรวจสอบครอบคลุมทั้งจุดต้นเพลิง ระบบไฟฟ้า และข้อมูลการเข้า-ออกอาคาร เพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้ที่แท้จริง โดยขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุได้ นายชัชชาติ ระบุว่า แม้จะมีข้อมูลว่า โดยปกติอาคารจะตัดกระแสไฟฟ้าหรือสับคัตเอาต์หลังประมาณ 20.00 น. แต่เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นในช่วงเกือบ 21.00 น. จึงจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายละเอียดของระบบไฟฟ้า รวมถึงช่วงเวลาที่มีการตัดกระแสไฟฟ้าอีกครั้ง ด้าน พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 ( ผบก.น.6) เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีว่า ขณะนี้ตำรวจยังไม่พบเบาะแสที่เชื่อมโยงไปถึงประเด็นการลอบวางเพลิงเพื่อไล่ที่ โดยพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานและผู้เสียหายแล้วเกือบ 100 ปาก ส่วนใหญ่เป็นการแจ้งความเกี่ยวกับความเสียหายของสินค้าและทรัพย์สิน ขณะที่ข้อมูลจากพยานหลายปากมีความสอดคล้องกันว่า พบควันพุ่งออกมาจากบริเวณโซนกลางของอาคาร ก่อนที่เพลิงจะลุกลามอย่างรวดเร็ว ตำรวจยังคงตรึงกำลังดูแลพื้นที่และทรัพย์สินตลอด 24 ชั่วโมง และยังไม่อนุญาตให้ผู้ประกอบการเข้าไปภายในพื้นที่ เนื่องจากโครงสร้างอาคารยังไม่อยู่ในสภาพปลอดภัย สำหรับสาเหตุของเพลิงไหม้ ตำรวจยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานและการประเมินโครงสร้างอาคาร ก่อนรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาประกอบการสอบสวน เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนต่อไป อ่านข่าว : ผู้ประสบภัยทยอยลงทะเบียนขอความช่วยเหลือ เหตุไฟไหม้ “คลองถม เซ็นเตอร์” คปภ.ประสานเทเวศประกันภัย เร่งสำรวจติดตามการช่วยเหลือลูกค้าใน "คลองถมเซ็นเตอร์" ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ PM2.5 จุดเกิดเหตุพุ่ง 630 มคก./ลบ.ม. นายกฯ ลงพื้นที่ติดตาม ผู้ว่าฯ กทม.ตรวจสอบเหตุไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ เตือนห้ามเข้าอาคาร หวั่นโครงสร้างถล่ม ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ คุมเพลิงได้ตอนตี 5 เจ็บ 11 สาหัส 1 คน รู้จัก "คลองถมเซ็นเตอร์" ขุมทรัพย์ของสะสม ตำนานตลาดกลางคืน ไทม์ไลน์เพลิงไหม้ "คลองถมเซ็นเตอร์" ถนนวรจักร 8 ชั่วโมง เจ็บ 11 คน "ชัชชาติ" ชี้ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ลามเร็ว หวั่นโครงสร้างยุบตัว ไฟไหม้ "คลองถมเซ็นเตอร์" 1 ชม.ยังไม่สงบ อาคารเริ่มทรุด จนท.เจ็บ 2 คน
  • webmaster@thaipbs.or.th — ผู้ประสบภัยทยอยลงทะเบียนขอความช่วยเหลือ เหตุไฟไหม้ “คลองถม เซ็นเตอร์”
    วันนี้ (30 ส.ค.2569) กรุงเทพมหานคร รายงานการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรณีเหตุเพลิงไหม้ "อาคารคลองถมเซ็นเตอร์" บริเวณศาลาวัดพระพิเรนทร์ โดยสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย สน.พลับพลาไชย 1 ศูนย์บริการสาธารณสุข 20 เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ให้ความช่วยเหลือประสบภัย กรณีเหตุเพลิงไหม้ เป็นวันที่ 2 สรุปยอดผู้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือ วันที่ 29 ส.ค. 2569 จำนวน 181 ราย วันที่ 30 ส.ค.2569 จำนวน 3 ราย (ข้อมูล ณ เวลา 10.00 น.) รวมทั้งสิ้น 184 ราย ขั้นตอนลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรณีเหตุเพลิงไหม้ “คลองถม เซ็นเตอร์” เพื่อขอรับความช่วยเหลือ ดังนี้ เอกสารประกอบการยื่นคำร้อง -สำเนาบัตรประชาชน -สัญญาเช่า -บันทึกประจำวันสถานีตำรวจ โดยระบุความเสียหายเป็นรายกรณี พร้อมภาพถ่ายประกอบความเสียหาย กำหนดยื่นคำร้อง วันที่ 30 ส.ค.2569 เวลา 08.00–16.00 น. - บริเวณศาลา วัดพระพิเรนทร์ ตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค.2569 เป็นต้นไป เวลา 08.00–16.00 น. -ฝ่ายปกครอง ชั้น 2 สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย หลังยื่นคำร้อง สำนักงานเขตจะออก หนังสือรับรองผู้ประสบภัย และนัดรับจ่ายเงินที่สำนักงานเขตอีกครั้ง สอบถามเพิ่มเติม ฝ่ายปกครอง โทร.02-281-6117 / 02-2824-902 ต่อ 6442 อ่านข่าว : คปภ.ประสานเทเวศประกันภัย เร่งสำรวจติดตามการช่วยเหลือลูกค้าใน "คลองถมเซ็นเตอร์" ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ PM2.5 จุดเกิดเหตุพุ่ง 630 มคก./ลบ.ม. นายกฯ ลงพื้นที่ติดตาม ผู้ว่าฯ กทม.ตรวจสอบเหตุไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ เตือนห้ามเข้าอาคาร หวั่นโครงสร้างถล่ม ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ คุมเพลิงได้ตอนตี 5 เจ็บ 11 สาหัส 1 คน รู้จัก "คลองถมเซ็นเตอร์" ขุมทรัพย์ของสะสม ตำนานตลาดกลางคืน ไทม์ไลน์เพลิงไหม้ "คลองถมเซ็นเตอร์" ถนนวรจักร 8 ชั่วโมง เจ็บ 11 คน "ชัชชาติ" ชี้ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ลามเร็ว หวั่นโครงสร้างยุบตัว ไฟไหม้ "คลองถมเซ็นเตอร์" 1 ชม.ยังไม่สงบ อาคารเริ่มทรุด จนท.เจ็บ 2 คน ไฟไหม้ "คลองถมเซ็นเตอร์" จนท.ระดมฉีดน้ำสกัด เร่งหาสาเหตุ-มูลค่าความเสียหาย
  • webmaster@thaipbs.or.th — คปภ.ประสานเทเวศประกันภัย เร่งสำรวจติดตามการช่วยเหลือลูกค้าใน "คลองถมเซ็นเตอร์"
    จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 ส.ค.2569 เวลาประมาณ 20.42 น. โดยเพลิงลุกไหม้บริเวณชั้นล่างและลุกลามต่อเนื่องถึงชั้น 3 ส่งผลให้ตัวอาคาร ร้านจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ กล้องวงจรปิด ตลอดจนทรัพย์สินภายในพื้นที่และรถยนต์ที่อยู่บริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหาย วันนี้ (30 ส.ค.2569) นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ภายหลังได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าว ได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และสำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมตรวจสอบข้อมูลด้านการประกันภัย เพื่อประสานการให้ความช่วยเหลือและดูแลสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัย แก่ผู้ได้รับผลกระทบ จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า อาคารคลองถมเซ็นเตอร์ได้จัดทำประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ไว้กับบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยความคุ้มครองเป็นไปตามขอบเขตและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย สำนักงาน คปภ. ได้ประสานบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้เข้าสำรวจและประเมินความเสียหาย พร้อมตรวจสอบรายละเอียดกรมธรรม์ ขอบเขตความคุ้มครอง และสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการด้านค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้มีสิทธิตามเงื่อนไขของกรมธรรม์โดยเร็ว ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสำรวจและตรวจสอบรายละเอียดความเสียหายเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน สำนักงาน คปภ. อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลการประกันภัยของร้านค้า ทรัพย์สิน และรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ หากตรวจพบว่า มีการจัดทำประกันภัยไว้ จะประสานบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ พร้อมดำเนินการ ด้านค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้มีสิทธิตามขั้นตอนและเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยต่อไป เลขาธิการ คปภ. กล่าวต่อว่า สำนักงาน คปภ. จะติดตามการสำรวจและประเมินความเสียหาย รวมถึงการดำเนินการ ด้านค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกันภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานและบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ได้รับผลกระทบ ให้สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัยและได้รับการพิจารณาชดใช้ ค่าสินไหมทดแทนตามสิทธิอย่างครบถ้วนและเป็นธรรม ตลอดจนติดตามข้อมูลความเสียหายและข้อมูลการประกันภัยที่อาจได้รับแจ้งเพิ่มเติม เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการประกันภัยแก่ผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง เนื่องจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา สำนักงาน คปภ. จึงขอให้เจ้าของอาคาร สถานประกอบการ และผู้ประกอบการ ให้ความสำคัญกับการจัดทำประกันภัย ให้เหมาะสมกับลักษณะและความเสี่ยงของกิจการ ไม่ว่าจะเป็นประกันอัคคีภัย ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก หรือประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก รวมทั้งควรตรวจสอบทุนประกันภัย ขอบเขตความคุ้มครอง และเงื่อนไขของกรมธรรม์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ความคุ้มครองสอดคล้องกับมูลค่าทรัพย์สินและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งการประกันภัยถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยง ช่วยบรรเทาความสูญเสียและลดผลกระทบทางเศรษฐกิจเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการประกันภัยหรือสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ สามารถติดต่อสำนักงาน คปภ. ผ่านสายด่วน คปภ. 1186 หรือ LINE Official Account @OICConnect “คปภ. รอบรู้” อ่านข่าว : ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ PM2.5 จุดเกิดเหตุพุ่ง 630 มคก./ลบ.ม. นายกฯ ลงพื้นที่ติดตาม ผู้ว่าฯ กทม.ตรวจสอบเหตุไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ เตือนห้ามเข้าอาคาร หวั่นโครงสร้างถล่ม ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ คุมเพลิงได้ตอนตี 5 เจ็บ 11 สาหัส 1 คน รู้จัก "คลองถมเซ็นเตอร์" ขุมทรัพย์ของสะสม ตำนานตลาดกลางคืน ไทม์ไลน์เพลิงไหม้ "คลองถมเซ็นเตอร์" ถนนวรจักร 8 ชั่วโมง เจ็บ 11 คน
  • 마티촌 (태국어) — ด่วน! ไฟไหม้ คลองถมเซ็นเตอร์ จนท.ระดมรถน้ำเร่งดับ
    ด่วน! ไฟไหม้ คลองถมเซ็นเตอร์ จนท.ระดมรถน้ำเร่งดับ คลองถ […]
8관찰
태국기타최종 57.1
근거 출처 3개 보기
  • webmaster@thaipbs.or.th — จับสินค้าปลอมกว่า 1.84 ล้านชิ้น กรมทรัพย์สินฯ เผย 7 เดือน เศรษฐกิจเสียหายกว่า 800 ล้าน
    วันนี้ (30 ส.ค.2569) นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า เพื่อปกป้องคุ้มครองสิทธิของเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา สร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าที่เป็นธรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้บริโภค กรมฯ ใช้มาตรการเชิงรุกทั้งการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และปราบปรามการละเมิดฯ ครอบคลุมตั้งแต่แหล่งผลิต แหล่งนำเข้า แหล่งเก็บ และแหล่งจำหน่าย เพื่อสกัดกั้นสินค้าละเมิดฯ ไม่ให้เข้าสู่ท้องตลาดและตัดวงจรการจำหน่ายสินค้าปลอมตั้งแต่ต้นทาง โดยในช่วงที่ผ่านมา กรมฯ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศษฐกิจ (บก.ปอศ.) เดินหน้าปราบปรามสินค้าละเมิดฯ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยมีผลปฏิบัติการสำคัญในการบุกทลายแหล่งผลิตและจำหน่ายสินค้าปลอมรายใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง พบสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า เช่น กาแฟ เครื่องดื่มโกโก้ น้ำยาปรับผ้านุ่ม เครื่องสำอาง แชมพู ยาสีฟัน และน้ำมันเครื่องรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับเจ้าของเครื่องหมายการค้าเป็นอย่างมาก และเป็นอันตรายต่อประชาชนเนื่องจากสินค้าเหล่านี้ใช้ส่วนผสมที่ไม่ได้มาตรฐานและมีกระบวนการผลิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะ มีสิ่งปนเปื้อนหรือสารเคมีตกค้างในสินค้าอันก่อให้เกิดอัตรายต่อผู้บริโภค นอกจากนี้ ชุดปฏิบัติการยังได้ลงพื้นที่ศูนย์การค้าและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ทั้งย่านปทุมวัน สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต สามารถตรวจยึดสินค้าแบรนด์เนมปลอม เช่น นาฬิกา กระเป๋า เสื้อผ้า และเครื่องประดับ เป็นต้น ส่งผลให้ในรอบ 7 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ค.2569) ผลการปราบปรามการละเมิดฯ ซึ่งกรมฯ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดและดำเนินคดีตามกฎหมายรวม 512 คดี ยึดของกลางกว่า 1,847,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 809 ล้านบาท โดยเป็นผลการปราบปรามฯ ในช่องทางตลาดออนไลน์ ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 จำนวน 140 คดี ยึดของกลางได้กว่า 322,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า104 ล้านบาท สินค้าส่วนใหญ่เป็นอุปโภคและบริโภค เช่น เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องดื่มผสมผงโกโก้ กาแฟ ผงปรุงรส และอะไหล่ยนต์ เป็นต้น อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า การป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จําเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยขอความร่วมมือประชาชนไม่ซื้อ ไม่ใช่ ไม่ขาย และไม่สนับสนุนสินค้าปลอมทุกรูปแบบ ทั้งนี้ กรมฯ จะเดินหน้าเฝ้าระวังและปราบปรามสินค้าละเมิดฯ ในพื้นที่เศรษฐกิจ ย่านการค้า ศูนย์การค้า และแหล่งท่องเที่ยวอย่างเข็มงวดและต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมบรรยากาศการค้าและการลงทุนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งยังคงเดินหน้าใช้มาตรการเชิงรุกปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั้งออนไลน์และออฟไลน์เพื่อตัดวงจรสินค้าละเมิดฯ ตั้งแต่ต้นน้ำ และปกป้องประชาชนผู้บริโภคจากการถูกหลอกลวงให้ซื้อสินค้าปลอมที่เป็นอันตรายและด้อยคุณภาพมาตรฐาน ทั้งนี้ กรมฯ มีกำหนดนำของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ถึงที่สุดแล้วจากการจับกุมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ มาทำลาย กว่า 2 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 2,145 ล้านบาท ในวันที่ 10 ก.ย.นี้ ที่หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก เป็นการตัดวงจรการกระทำความผิดด้านการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นรูปธรรม โดยถือเป็นขั้นตอนท้ายสุดของกระบวนการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและป้องกันไม่ให้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหมุนเวียนกลับเข้าสู่ตลาด ตามพันธกรณีระหว่างประเทศภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (WTO) รวมทั้งปกป้องคุ้มครองประชาชนผู้บริโภคให้พ้นจากอันตรายของสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่มีคุณภาพต่ำ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อ่านข่าว: “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุน” พาณิชย์ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ ร่วมต้านสินค้าละเมิด ​เตือนนักชอปออนไลน์ ระวังของปลอม แนะ 7 ข้อควรระวัง คิดก่อนจ่าย จับ "เครื่องสำอาง"ปลอม 7 แสนชิ้น โกดังย่านสมุทรปราการ
  • 마티촌 (태국어) — ทีมลูกยางทั่วไทย สมัครเข้าดวลตบ ไพรม์ มินิสเตอร์ส ยูธ คัพ พันกว่าทีม ก่อนปิดรับสมัครสิ้นเดือน ส.ค.นี้
    ทีมลูกยางทั่วไทย สมัครเข้าดวลตบ ไพรม์ มินิสเตอร์ส ยูธ ค […]
  • 마티촌 (태국어) — พลพีร์ สั่งกรมที่ดิน ลุยปิดช่องโหว่นอมินี เข้มที่มาเงินก่อนบังคับจำหน่าย ย้ำทุกจังหวัดขับเคลื่อนจริงจัง
    ‘พลพีร์’ ย้ำ ก.ที่ดินเดินหน้าปิดช่องโหว่นอม […]
9관찰
태국기타최종 57.0
근거 출처 1개 보기
10관찰
태국기타최종 55.2
근거 출처 1개 보기